ก้าวต่อไปของการตลาดยุค Digital

ก้าวต่อไปของการตลาดยุค Digital

การพัฒนาธุรกิจ

GlobalLinker Staff

GlobalLinker Staff

17 ส.ค. 2018, 10:00 — ใช้เวลาอ่าน 7 นาที

การตลาดในยุคต่อไปองค์ประกอบของเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เรากำลังพูดถึง Internet of Things หุ่นยนต์ AR บล็อกเชน Big Data ฯลฯ ต่อไปนี้จะเป็นหัวใจพื้นฐานของการทำตลาดในยุคต่อไป

 

Big Data

หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว SMEs เองก็สามารถใช้เรื่องของ Big Data เข้ามาจัดการบริหารจัดการได้ทั้งแง่ของข้อมูล เวลา หรือการบริการ เช่น ในธุรกิจอาหารตามสั่งเราสามารถเก็บข้อมูลว่าเมนูใดที่เป็นที่นิยมและสามารถเตรียมปรุงไว้ได้ก่อน ซึ่งจะทำให้การบริการเร็วขึ้น นั่นคือตัวอย่างในการเก็บ data ความสำคัญคือเราเอา data ที่มีอยู่ในธุรกิจมาใช้แล้วหรือยังมากกว่า

 

Sensor, Connectivity, People & Processes

ต่อไปการตลาดจะมีองค์ประกอบด้านเทคโนโลยีด้านอื่นมาเกี่ยวข้องมากมาย อุปกรณ์ต่าง ๆ รอบตัวเริ่มเก็บข้อมูลได้ดีมากขึ้น Sensor ที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ Motion  อุณหภูมิ หรือทุก ๆ อย่างที่เป็นเรื่องของ Big Data เราสามารถเอามาวิเคราะห์ในการทำการตลาดได้ ฉะนั้นการตลาดยุคใหม่คือการเอา data + sensor มาวิเคราะห์ รวมถึง Connectivity ที่จะมาเชื่อมโยงในทุกระดับ จะทำให้วิธีการคิด การ execution หรือ strategy เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รวมถึง People & Process ในการทำ การพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป ถ้าคุณเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้การตลาดก็จะเปลี่ยนไปด้วย

 

Personalize

เมื่ออุปกรณ์เริ่มมีการเก็บข้อมูลได้ดีมากขึ้น การทำการตลาดจะก้าวเข้าสู่การทำ Personalize หรือการทำการตลาดที่เหมาะกับบุคคลมากขึ้น เรามีบุคคล มี data จำนวนมากและหากนำ data เหล่านั้นมาวิเคราะห์ในแง่การตลาดจะเห็นความสัมพันธ์บางอย่างสำหรับบุคคลหนึ่ง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น การทำ personalize ที่เริ่มเห็นแล้ว เช่น คูปองสะสมแต้มที่เป็นของเราเอง โดยมีการระบุชื่อของเรา เพื่อเราโดยเฉพาะ แม้การตลาดของคูปองเหล่านี้จะถูกทำ personalize มากยิ่งขึ้น แต่จะทำได้ก็จำเป็นต้องมีข้อมูลมหาศาลเพื่อสนับสนุนเช่นเดียวกัน

 

Segmented Marketing

การตลาดในยุคต่อไปจะไม่เป็น mass อีกแล้ว บางครั้งการทำการตลาดไม่จำเป็นต้องขายแบบพูดรวม ๆ ใน 1 แคมเปญอาจจะถูกซอยย่อยลงไป อาจต้องทำ segment เป็นการตลาดเฉพาะผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก กีฬา ซึ่งแต่ละกลุ่มเป้าหมายจะมี  Key message ที่แตกต่างกันที่จะสามารถเข้าถึง Insight ของแต่ละกลุ่มได้ จะช่วยให้เกิดการซื้อขายได้ไม่ยาก เราไม่ควรพูดคุยกับทุกๆ คนด้วยข้อความเดียวกัน ควรพูดคุยกับแต่ละกลุ่มด้วยข้อความที่แตกต่างกัน แต่ละแคมเปญไม่ควรจะขายคนทีละมากๆ แต่ควรจะขายเป็นกลุ่มเล็ก ๆ มี Key message และ insight ที่ตรงกับเขา มันจะทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้มากกว่า

 

Smart Recommendation

เมื่อมี Data มากขึ้นและเริ่มนำมาวิเคราะห์มากขึ้น เราสามารถคาดการณ์และแนะนำว่าใครควรต้องการชิ้นไหนต่อไป เริ่มเกิดระบบที่เรียกว่า Smart Recommendation เช่น เรามีข้อมูลว่าลูกค้าชอบของสิ่งนี้ เราก็จะเริ่มหาสินค้าที่คล้ายกันมาแนะนำ และก็จะสามารถรู้อีกว่ามีอีกคนที่ก็ชอบสินค้าที่คล้ายๆ กันนี้ มันคือการทำ Smart Recommendation ตอนนี้ก็มีแพลตฟอร์มต่างประเทศจำนวนมากทีเดียวที่ทำ Smart recommendation ฉะนั้น หากคุณมีธุรกิจ e-commerce มีเว็บไซต์ และมีดาต้ามหาศาลอยู่ คุณสามารถนำมาต่อยอดได้

 

Wearable Device

ข้อมูลจาก Wearable กำลังมีมากขึ้น เดี๋ยวนี้คนนิยมซื้อพวก smart watch หรือพวก Xiaomi มากขึ้น data ที่ได้จากอุปกรณ์เหล่านี้มีมากมายมหาศาล อุปกรณ์หรือผู้ผลิตเหล่านี้เปิด API ให้ ซึ่งสามารถดึงข้อมูลของแต่ละคนได้ สามารถทำแคมเปญการตลาด วิเคราะห์และนำเสนอสำหรับคนใดหนึ่งคนได้ทันที data จำนวนมหาศาลมีความหลากหลายในทุกรูปแบบ ฉะนั้นการตลาดจะไม่ได้มีแค่ Google หรือ Facebook แต่ตอนนี้ก้าวไปไกลถึงเรื่องของ Personalized หรือหนึ่งต่อหนึ่งแล้ว

 

IoT

IoT หรือ Internet of Things เรากำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่าอุปกรณ์กับอุปกรณ์สามารถคุยกันหรือสื่อสารกันได้เองแล้ว ยิ่งปัจจุบันที่มีการเปิดให้บริการที่เรียกว่า NB-IoT ที่ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราฉลาดขึ้น เพียงแค่ติดตั้งบอร์ดตัวนี้เข้ากับอุปกรณ์ เป็นการทำงานแบบ M2M หรือ Machine to Machine อุปกรณ์ที่เราติดตั้งเข้าไปจะสามารถพูดคุยกับอุปกรณ์ตัวอื่นได้ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการใช้มากกันขึ้น ประตูบ้าน หลอดไฟ หรือแม้แต่เครื่องปรับอากาศในบ้านของคุณจะพร้อมทำงานทันทีที่คุณใกล้ถึงเขตบ้าน ต่อไป Operator แต่ละเจ้าจะมุ่งไปหารายได้กลุ่มใหม่จากอุปกรณ์ฉลาด ๆ เหล่านี้ ตอนนี้จะเห็นว่าตลาดของ M2M มีขนาดใหญ่โตมาก อุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องการ  connectivity มากขึ้น หากมีการเอาข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ในเชิงการตลาดจะทำให้การตลาดของคุณ Beyond ไปกว่าที่เคยเป็น

 

Face Recognition

เทคโนโลยีที่มาแรงจริง ๆ การตลาดที่จะเป็นแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น เทคโนโลยีนี้จะสามารถตรวจจับใบหน้าและรู้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วจัดการเปลี่ยนป้ายโฆษณาเพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้าที่เข้ามาได้ทันที เช่น ผู้ชายก็เปลี่ยนเป็นโฆษณาขายสูท ผู้หญิงขายก็เป็นโฆษณาเครื่องสำอาง ดังนั้นโฆษณาจะเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ในปัจจุบันการทำ API แบบนี้ทำได้เองอย่าง Google ก็มีบริการที่รียกว่า Cloud Vision API หรือ Microsoft ก็มี Microsoft Azure ก็มี Face API ที่สามารถตรวจสอบว่าเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่ ขณะนั้นมีอารมณ์อย่างไร ตอนนี้เทคโนโลยีเรื่องใบหน้ามีพร้อมและราคาถูก

 

Voice

เรื่องของ Voice กำลังมาแรงมากในเรื่องของสมาร์ทโฮมต่าง ๆ ที่เราสามารถซื้อมาติดตั้งที่บ้านได้ การใช้เสียงสั่งจะมีการเชื่อมโยงมากขึ้น อุปกรณ์จะรู้และจดจำเสียงได้ รู้ตัวบุคคลได้ จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตอนนี้ voice เองไม่ได้อยู่เฉพาะแค่ในมือถือหรือในอุปกรณ์ที่เป็นลำโพง เราสามารถคุยกับอุปกรณ์อย่างเครื่องซักผ้า ทีวี เครื่องเสียง ฯลฯ ได้แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ในอุปกรณ์เท่านั้น AI เหล่านี้ยังถูกผนวกเข้าไปในรถยนต์แล้ว Voice จะเป็นจุดเปลี่ยนวิธีคิดของนักการตลาดด้วยเช่นกัน ต่อไปเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Voice จะอยู่ในทุกอุปกรณ์ และจะทำให้อุปกรณ์ทุกตัวฉลาด ต่อไปเราจะสามารถใช้ AI ในชีวิตประจำวันได้จริง ๆ

 

Marketing automation

การตลาดจากเดิมที่ทุกขั้นตอนต้องทำ Manual หมดก็จะเริ่มมีการทำให้มัน Connectivity มาขึ้น โดยอาจมีการอาศัยแอปพลิเคชันที่เป็นตัวกลางพวก connectivity หรือ Middleware ที่ทำให้อุปกรณ์หรือบริการต่างๆ รู้จักกันทั้งหมด หากนำมาใช้ในแง่การตลาดก็จะสามารถช่วยได้ดีมาก เช่น ถ้ามีการนัดหมายตัวกลางเหล่านี้ก็จะส่งข้อมูลไปยัง calendar ได้เลย ทำให้เกิดการเชื่อมต่อได้ทันที หรือในแง่การตลาดหากเราสร้าง Landing Page และมีลูกค้าเข้ามากรอกแบบฟอร์มนั่นคือการเกิด lead ข้อมูลจะถูกส่งไปยังอีเมล นี่คือ Marketing Automation flow มันคือการวางโฟลวของการทำการตลาดในแต่ละช่วงเอาไว้ การดูแลลูกค้า การบริหารจัดการ การตลาดต่อไปจะเป็น automate มากขึ้น คือไม่ต้องใช้คนอีกต่อไป แค่เซต tools วาง policy ตั้งแต่ต้นทุกอย่างจะวิ่งโดยอัตโนมัติเอง

 

Social Media

การตลาดจะไม่ได้มุ่งไปที่เฉพาะคนไทยอีกต่อไป เรากำลังถูกการตลาดที่ติดเครื่องมือมาด้วย สินค้าจากประเทศจีนที่มีการใช้ Facebook ADS และตั้งกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย และมีการเข้าสู่หน้าแลนดิ้งเพจจะสามารถเข้าสู่หน้าจ่ายเงินได้เลย เป็นยุคของการขายของที่คนขายและคนซื้อไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเทศเดียวกันอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นการทำ Cross Border Marketing เริ่มมาแรงมากขึ้น คนทำธุรกิจหากไม่รีบปรับตัว ก็จะเจอคู่แข่งจากประเทศอื่นเข้ามาตักลูกค้าจากประเทศไทยไปหมด

 

Comments

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ