จับเทรนด์ขนมญี่ปุ่นฟีเวอร์ ลุยเปิดแฟรนไชส์ St.Marc Café

จับเทรนด์ขนมญี่ปุ่นฟีเวอร์ ลุยเปิดแฟรนไชส์ St.Marc Café

เบ็ดเตล็ด / อื่น ๆ

SCB SME

SCB SME

24 ก.ค. 2017, 13:16 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Highlight: ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่ม เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างมากในตลาดเมืองไทย โดยเฉพาะธุรกิจเบเกอรี่จากญี่ปุ่น เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าคนไทยอย่างมาก เพราะเล็งเห็นโอกาสดังกล่าว St.Marc Café แฟรนไชส์ร้านเบเกอรีชื่อดังจากแดนปลาดิบ จึงถูกนำเข้ามาเสิร์ฟความอร่อยให้กับลูกค้าคนไทยถึงที พร้อมกับเป้าหมายขยายการเติบโตไม่น้อยกว่า 5 สาขาต่อปี 

 

จากกระแสความชื่นชอบขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นของผู้บริโภคคนไทย นำมาสู่โอกาสทางธุรกิจ จะเห็นได้จากแบรนด์แฟรนไชส์ขนมหวานและเครื่องดื่มจากแดนปลาดิบเข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยมากมายจากการนำเข้าของผู้ประกอบการไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ St.Marc Café ร้านเบเกอรีและคาเฟ่ชื่อดังที่มียอดขายเป็นอันดับ 5 ของประเทศญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในแปดแบรนด์ของกลุ่มเซ้นต์มาร์คโฮลดิ้ง ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 โดยความน่าสนใจของ St.Marc Café นั่นคือ ได้รับการยอมรับว่าเป็นร้านช็อกโกแลตครัวซองต์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น และสิ่งนี้เองที่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บริษัท ไมล์สโตน ฟู้ดแอนด์ เบฟเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เลือก St.Marc Café เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย 

 

    จากการเปิดเผยของชัยทัต กมลวิศิษฎ์ ผู้อำนวยการ บริษัท ไมล์สโตน ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ด้วยพฤติกรรมของคนไทยที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน ประกอบกับการมีไลฟ์สไตล์แชะแอนด์แชร์ รวมถึงความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของแบรนด์ St.Marc Café ที่มีทั้งรสชาติและคุณภาพดีสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เป็นที่ยอมรับทั้งจากชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังญี่ปุ่น ทำให้ตัดสินใจเลือก St.Marc Café เข้ามาขยายตลาดในไทย 

 

    ด้านฐิตินารถ กมลวิศิษฎ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมล์สโตน ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ (ประเทศไทย) ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ก่อนจะนำเข้ามามีการ Research ข้อมูลดูพบว่า มีคนไทยเซิร์ชหาข้อมูลของร้านนี้ตั้งแต่ปี 2551 และมี Review ที่ดีมาเรื่อยๆ โดยเป็นร้านหนึ่งที่มีการแนะนำในโลกออนไลน์ รวมถึงใน Guidebook เองก็มีการแนะนำร้าน St.Marc Café เป็นหนึ่งในร้านที่ต้องไปกิน ทำให้มั่นใจว่า St.Marc Café จะต้องถูกใจคนไทย โดยเมนูที่เป็นเอกลักษณ์คือ Choco Cro หรือช็อกโกแลตครัวซองต์ แต่ในร้านก็ไม่ได้มีเพียงแค่ครัวซองต์เท่านั้น ยังมีความหลากหลายทั้งในส่วนของเบเกอรีที่เป็น Fleshy Bake คืออบสดในร้านทุก 2 ชั่วโมง และส่วนที่เป็นของหวาน ไอศกรีมรวมถึงเครื่องดื่มด้วย

 

    ด้วยความมั่นใจในตัวแบรนด์ ทำให้ชัยทัตเริ่มเข้าไปตกลงเจรจาในการนำ St.Marc Café เข้าสู่ประเทศไทยในรูปแบบของ Master Franchise จนในที่สุดก็ได้เซ็นสัญญาเป็นเวลา 8 ปี โดยมีการตั้งเป้าไว้ว่า 1 ปีจะเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยประมาณ 5 สาขา เนื่องจากไม่ต้องการให้ขยายเร็วไป เพราะต้องการควบคุมคุณภาพ โดยเงินลงทุนในสาขาแรกอยู่ประมาณ 10 ล้านกว่าบาท โดยค่า Franchise Fee รวมอยู่ในเงินลงทุนประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์

 

    สำหรับแนวทางการสนับสนุนของแฟรนไชซอร์จากทางประเทศญี่ปุ่นนั้น จะมีการจัดเทรนนิ่งสำหรับผู้ที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ St.Marc Café รวมไปถึงการให้คำปรึกษาในช่วงที่เริ่มต้น

 

      "ก่อนหน้าที่เราจะเปิดต้องไปเทรนนิ่งประมาณ 1 เดือน สาขาที่เปิดเราเลือก Central World เป็น Open Store ลูกค้าจะสามารถเข้าไปเดินดูเลือกสินค้าได้เลย แต่สาขาอื่นก็จะมีทั้งเป็น Open Store และที่มีเป็น Shop หรืออาจจะเป็น Stand Alone ขึ้นอยู่กับผลตอบรับของลูกค้า”

 

    นอกจากประเทศไทยแล้ว St.Marc Café ก็ได้มีการขยายสาขาไปในต่างประเทศในรูปแบบของแฟรนไชส์เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศสิงคโปร์จะเป็นลักษณะเข้าไปลงทุนเอง ทั้งนี้ทั้งนั้น จะมีหนึ่งสิ่งที่ทุกๆ ร้านจะต้องมีเหมือนกัน นั่นคือการให้บริการสไตล์ญี่ปุ่น หรือ Japanese Service Mind หัวใจของการให้บริการที่พนักงานทุกคนพึงมี ด้วยการให้บริการด้วยความใส่ใจ ความตั้งใจ ความอดทน เข้าใจความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าชื่นชมของชาวญี่ปุ่นที่เขาจะทำทุกอย่างด้วยหัวใจ ซึ่งจะต้องถูกถ่ายทอดมาสู่แฟรนไชส์ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน 

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ