ดนตรีช่วยให้คนจดจำแบรนด์

ดนตรีช่วยให้คนจดจำแบรนด์

การตลาด

GlobalLinker Staff

GlobalLinker Staff

15 พ.ย. 2019, 10:10 — ใช้เวลาอ่าน 6 นาที

ดนตรีช่วยให้คนจดจำแบรนด์ 

นักปราชญ์เรื่องชื่อของกรีก เพลโต เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ดนตรีคือจิตวิญญาณของจักรวาล ดนตรีติดปีกให้กับ

จิตใจ และทำให้จินตนาการสามารถโบยบินไปยังท้องนภา ดนตรีคือชีวิตของทุก ๆ สรรพสิ่ง” ไม่มีซุ่มเสียงใด

ในโลกที่จะไพเราะเสนาะหูได้เท่ากับเสียงเพลง และหลายครั้งแบรนด์ใหญ่ ๆ มักเลือกใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือ

ในการสร้างตัวตนของแบรนด์และความประทับใจให้กับลูกค้า และด้วยความที่โลกยุคดิจิทัลในปัจจุบันแทบจะ

หมุนรอบสื่อออนไลน์และ Social Media ต่าง ๆ อย่าง YouTube, Facebook หรือ Instagram ดนตรีจึงกลาย

เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีอิทธิพลสูง 

Eric Sheinkip ประธานของ Music Dealers และผู้ร่วมประพันธ์หนังสือเรื่อง “Hit Brands: How Music

Builds Value for the World’s Smartest Brands” ได้กล่าวเอาไว้ว่า ดนตรีสามารถที่จะสร้างคุณค่าให้กับ

แบรนด์ได้ในสามด้าน ได้แก่: การสร้างตัวตน การสร้างความมีส่วนร่วมของลูกค้า และการสร้างจุดร่วมสมัย

Sheinkip กล่าวว่า “ดนตรีสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับแบรนด์ในการช่วงชิงความสนใจของลูกค้า และดนตรียัง

เป็นการช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ด้วยการเข้าถึงจิตใจของลูกค้าผ่านเสียง

เพลง” ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ลูกค้ากำลังถูกโฆษณาต่าง ๆ กระหน่ำเข้าหาในทุก ๆ

ช่องทาง ก่อให้เกิดเสียงรบกวนเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ดังนั้นดนตรีจึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกค้าหันมา

สนใจแบรนด์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ดนตรียังมีส่วนช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและเข้าใจแบรนด์ได้ดีขึ้นผ่านรูป

แบบของเสียงเพลงที่แบรนด์สื่ออกไป อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ให้น่าประทับ

ใจมากยิ่งขึ้น 

ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่หันมาใช้เทคนิค Music Marketing หรือกลยุทธ์การตลาดด้านดนตรีเพื่อสร้างตัวตน

ของแบรนด์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ดนตรียังช่วยให้แบรนด์สามารถสะท้อนตัวตนเข้าไปยังจิตใจของลูกค้า

ได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยที่ลูกค้าอาจรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันกับแบรนด์ที่บ่งบอกถึงตัวตนของพวกเขาได้ดีที่สุดผ่าน

เสียงดนตรี ยกตัวอย่างเช่นการนำดนตรีเพลง Baby Shark มาประกอบโฆษณาของ Shopee ซึ่งการที่

Shopee นำเพลงยอดฮิตขวัญใจเด็ก ๆ มาใช้ในโฆษณาทำให้กลุ่มผู้ปกครอง หรือผู้ที่เคยได้ยินเด็ก ๆ

ในครอบครัวร้องเพลงนี้ก็จะให้ความสนใจกับท่วงทำนองของดนตรี Baby Shark เป็นพิเศษเนื่องจากว่ามีความ

คุ้นเคยกับเพลงอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งนี่คือหนื่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าแบรนด์สามารถใช้ดนตรีเพื่อเข้าไปครองใจ

ลูกค้าได้ผ่านการถ่ายทอดอารมณ์และการดึงดูดความสนใจด้วยการทำให้นึกถึงความทรงจำดี ๆ บางอย่างใน

ชีวิตของพวกเขา 

แบรนด์ดัง ๆ หลายแบรนด์ในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ดนตรีเป็นองค์ประกอบของการ

สร้างสรรค์ประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า อาทิเช่น การจัดงานดนตรี Music Festival ที่บริษัทเครื่องดื่มอย่าง

ช้างหรือสิงห์มักจะจัดขึ้นเป็นประจำในทุก ๆ ปีโดยการรวบรวมเหล่าศิลปินและวงดนตรีต่าง ๆ ขึ้นแสดงเพื่อ

สร้างบรรยากาศการสังสรรค์เป็นต้น ซึ่งการจัด Music Festival นี้ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่แบรนด์จะสามารถ

สร้างสรรค์บรรยากาศที่สนุกครื้นเครงให้กับลูกค้า ส่งเสริมให้เกิด engagement ระหว่างลูกค้ากับผลิตภัณฑ์

ของแบรนด์ที่ดียิ่งขึ้น โดยการจัดงาน Music Festival มักจะเป็นจุดขายของธุรกิจในวงการอาหารและเครื่อง

ดื่ม หรือแม้กระทั่งบริษัทโทรคมนาคมอย่าง AIS, DTAC หรือ Truemove ในการสร้างสัมพันธ์ดี ๆ ระหว่าง

แบรนด์และลูกค้า 

เมื่อมาดูถึงวงการภาพยนตร์ จะเห็นได้ว่าดนตรีและภาพยนตร์แทบจะเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ ดนตรีมีความสำคัญ

เป็นอย่างมากในการถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศของเรื่องราวที่กำลังโลดแล่นอยู่บนจอภาพ ในภาพยนตร์

ยอดฮิตอย่าง Harry Potter ก็ได้มีการใช้เพลง “Hedwig’s Flight” เป็นเพลงประจำภาพยนตร์ Harry Potter

ทุก ๆ ภาค และถึงแม้จะเป็นการตั้งชื่อเพลงตามนกฮูกของตัวละครหลัก แต่ท่วงทำนองของเพลงนี้เป็นการสื่อ

ถึงเมืองแห่งเวทมนต์ที่มีทั้งความมหัศจรรย์และความลึกลับ ทุกวันนี้ หากแฟน ๆ คอหนัง Harry Potter ได้ยิน

เพียงแค่ช่วงต้นของทำนองเพลง Hedwig’s Flight ก็จะสามารถจำได้ทันทีว่านี่คือเพลงของ Harry Potter

นอกจากนี้วงการภาพยนต์ยังใช้ดนตรีเป็นองค์ประกอบหลักของภาพยนต์ในการถ่ายทอดอารมณ์และ

บรรยากาศของแต่ละฉากแต่ละตอนที่กำลังฉายอยู่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และการมีดนตรีเป็นองค์ประกอบของ

ภาพที่กำลังฉายอยู่บนจอภาพยนต์ก็จะทำให้ผู้ชมสามารถซึมซับบรรยากาศของเหตุการณ์ในภาพยนต์และมี

ส่วนร่วมกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 

นอกจากนี้ แบรนด์ดัง ๆ หลายแบรนด์ยังได้มีการร่วมมือกับศิลปินนักร้องชื่อดังในการบรรเลงเพลงโฆษณา

เพื่อสร้างตัวตนให้กับแบรนด์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่แบรนด์สามารถสะท้อนตัวตนของพวกเขาได้ ยกตัวอย่าง

เช่นในแคมเปญฉลอง 50 ปี โตโยตา ได้มีการเชื้อเชิญให้ Da Endorphine มาร้องเพลงประกอบในบทเพลง

“ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักเธอ” โดยเพลงนี้มียอดชมบน YouTube สูงถึง 34 ล้านครั้ง 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของการใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือทางการตลาดของแบรนด์ใหญ่ ๆ หลาย ๆ

แบรนด์ เพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางด้านอารมณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และยังเป็นการส่งเสริมให้ลูกค้า

รู้จักแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น ดนตรีเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่หากใช้อย่างถูกวิธีแล้ว แบรนด์จะสามารถดึงดูดความสนใจ

ของลูกค้าได้เป็นอย่างดีท่ามกลางสุรเสียงของสื่อโฆษณานับล้านที่มีอยู่ในช่องทางสื่อปกติ แต่สิ่งสำคัญใน

การใช้ Music Marketing ให้เป็นประโยชน์นั้น คือ คุณจะต้องคำนึงถึงคำถามสองคำถาม นั่นก็คือ คุณคิดว่า

ลูกค้าของคุณมองภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณเป็นอย่างไร และ คุณต้องการให้ลูกค้ามองภาพลักษณ์ของ

แบรนด์ของคุณเป็นอย่างไร ด้วยการตอบคำถามสองคำถามนี้ คุณจะสามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาดโดยการ

ใช้ดนตรีเป็นองค์ประกอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

บทความแนะนำสำหรับท่าน

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

เครือข่ายกับ SMEs ที่กล่าวถึงในบทความนี้

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ