“ดองกิ” ผู้ท้าชิงรายใหม่ในตลาดรีเทลไทย

“ดองกิ” ผู้ท้าชิงรายใหม่ในตลาดรีเทลไทย

แรงบันดาลใจ SME

GlobalLinker Staff

GlobalLinker Staff

24 พ.ค. 2019, 10:00 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

ดิสเคาน์สโตร์ชื่อดังของญี่ปุ่น ดองกิโฮเต้ (Don Quijote) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ดองกิ” ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดีในหมู่คนไทย เนื่องจากเป็นสถานที่ช้อปปิ้งยอดนิยมของคนไทยเวลาไปญี่ปุ่นนั่นเอง ดองกินั้นมีสาขาอยู่มากกว่า 360 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่นจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารสดและแปรรูป ขนม เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องเขียน สินค้าแฟชั่น และอุปกรณ์กีฬา เป็นต้น

 

สำหรับประเทศไทยนั้นถือเป็นสาขาที่ 2 ต่อจากประเทศสิงคโปร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้ชื่อว่า Don Don Donki Thailand ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า DONKI Mall Thonglor ย่านทองหล่อ ซอย 10 ตัวศูนย์การค้าเป็นอาคาร 8 ชั้น มีพื้นที่กว่า 26,000 ตารางเมตร สินค้าและบริการนั้นถือว่าจัดเต็มเทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่น

 

นอกจากจะจำหน่ายสินค้าหลากหลายจากญี่ปุ่นที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ภายในศูนย์การค้ายังมีโซน ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม คาเฟ่ คาราโอเกะ สวนสนุก และ สปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนท์ อีกด้วย สามารถพูดได้เลยว่าดองกินั้นถือเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแห่งใหม่ล่าสุดในไทย

 

ทำไม “ดองกิ” ถึงมาทำตลาดที่ไทย?

 

ดองกินั้นไม่ใช่รายแรกที่เข้ามาบุกตลาดรีเทลไทย เพราะก่อนหน้านี้นั้นมียักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เช่น อิเซตัน และโตคิว เข้ามาทำตลาดที่ไทยแล้ว แต่ที่ดองกิมาทำตลาดที่ไทยนั้น เพราะเนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรีเทลของไทยยังมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดรีเทลในประเทศอื่น ๆ ที่โดนผลกระทบจากตลาดออนไลน์และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของพฤติกรรมผู้บริโภค

 

ประกอบกับห้างดองกินั้นเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในหมู่คนไทยมาอย่างยาวนาน รวมไปถึงผลพวงจากการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทย ที่มีการก่อสร้างใน Prime Location ใจกลางเมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นทั้งย่านธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยวสังสรรค์ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ผู้ลงทุนจึงเห็นโอกาสในการเปิดสาขาที่ไทย

 

“ดองกิ” แตกต่างจากรีเทลอื่นอย่างไร

 

  • Positioning ที่ชัดเจน แตกต่างจากรีเทลอื่น ๆ คือการมีสินค้าและบริการหลากหลายประเภท ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าซึ่งชอบความหลากหลาย

  • มีโปรโมชั่นลดราคาสินค้าทั้งร้าน จึงสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปช้อปปิ้งได้เรื่อย ๆ

  • มีโลเคชั่นใจกลางเมือง เดินทางสะดวก

  • เปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่มีรีเทลอื่น ๆ ทำ ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยที่ชอบความสะดวกสบาย

  • รวมร้านชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่เป็นที่นิยมของคนไทยไว้มากมาย เช่น Nana’s Green Tea ร้านชาเขียวมัทฉะพรีเมียม และ Sweet Potato Factory ร้านมันเผาจากญี่ปุ่น ที่เป็นที่นิยมจนต้องมาต่อคิวรอกันเป็นรอบ ๆ

  • มีทั้งอาหารสดและแปรรูป ซึ่งมีทั้ง เนื้อวัวเกรดพรีเมียมระดับ A5 ที่สไลด์บางมาแล้ว ซูชิและซาซิมิต่าง ๆ ทั้งไข่หอยเม่น หอยโฮตาเตะ ปลาโอโทโร่ รวมไปถึงผลไม้ตามฤดูกาลทั้ง สตรอเบอร์รี่ เชอรี่ เมล่อน ที่สดและราคาไม่แพง อีกทั้งยังมีขนมต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยม Pre-order ของคนไทย ทั้งคิทแคทชาเขียว ปลาเส้นทาโร่ชีส และถั่ววาซาบิ ไว้ครบครัน

 

การเข้ามาของ “ดองกิ” จะกระทบต่อวงการรีเทลและการขายของออนไลน์ในไทยหรือไม่

 

คาดว่าการเข้ามาของดองกินั้นจะมาแบ่งเปอร์เซ็นต์ Market Share ของรีเทลในไทยอย่างแน่นอน ด้วยความที่สินค้าหลากหลายและบางชิ้นก็ถือเป็น Rare Item ที่ห้างอื่นยังไม่มี บวกกับราคาที่ไม่แพง ไม่แตกต่างจากราคา Pre-order มาก อาจจะทำให้ลูกค้าบางส่วนหันมาซื้อของจากดองกิแทน เพราะไม่ต้องรอนาน รวมไปถึงสถานที่ตั้งของดองกิ นั้นเป็นแหล่งที่นิยมของทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพราะอยู่ใจกลางเมืองเดินทางง่าย

 

Comments

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ