ทางลัดโตง่าย ใช้ทุนน้อย สไตล์ KoKoBlocks

ทางลัดโตง่าย ใช้ทุนน้อย สไตล์ KoKoBlocks

การเรียนรู้และการพัฒนา

SCB SME

SCB SME

17 เม.ย. 2018, 12:38 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: จากกระจังหน้า กันชนรถยนต์ สู่การต่อยอดสินค้าใหม่ KoKoBlocks ลุยเจาะตลาดเฟอร์นิเจอร์

 

การลงทุนสร้างธุรกิจขึ้นมาสักตัวหนึ่ง ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างมาก เพื่อวางแผน สร้างระบบงานในหลายๆ ส่วน กว่าจะผลิตสินค้าหรือบริการออกมาได้สักอย่างหนึ่ง จะดีกว่าไหมหากเราสามารถเริ่มต้นลงมือทำได้เลยจากต้นทุนและวัตถุดิบที่มีอยู่ เหมือนเช่นที่ ธนัญญา ทวีผลเจริญ เจ้าของไอเดีย “เฟอร์นิเจอร์ตัวต่อยักษ์” แบรนด์ KoKoBlocks ที่ ดัดแปลงมาจากชิ้นส่วนประกอบยานยนต์พลาสติก ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของครอบครัว ลองมากันดูสิว่าจากกระจังหน้า กันชน คิ้วกระโปรงรถในตลาดรถยนต์ จะกลายมาเป็นตัวต่อยักษ์ในตลาดเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างไร

 

 

“เดิมธุรกิจครอบครัวทำโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ เริ่มมาเมื่อประมาณ 30 กว่าปีได้ เราทำเกี่ยวกับวัสดุพลาสติกที่มีชื่อว่า PP Co-Polymer มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน ตกไม่แตก มักนำมาใช้ผลิตเป็นชิ้นส่วนอย่างกระจังหน้า กันชน คิ้วกระโปรงรถ เรามองเห็นว่าเมื่อมีโนฮาวที่เป็นจุดแข็งตรงนี้ ก็น่าจะลองแตกไลน์ทำอย่างอื่นดูบ้าง จนคิดไปถึงกลุ่มตลาดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็น modular หรือเฟอร์นิเจอร์แบบแยกชิ้น ด้วยความแข็งแรงของตัวพลาสติกมันสามารถทำได้ จะต่อเป็นโต๊ะ เก้าอี้ บันได ผนัง กำแพง สามารถทำได้หมด โดยเรามีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ทั้งองค์ความรู้ ทีมออกแบบ และเครื่องจักร กำลังการผลิตก็พร้อม ไม่ต้องเพิ่มอะไรแค่เปลี่ยนดีไซน์นิดหน่อย เพิ่มสีสันให้มากขึ้น เพราะแต่เดิมทำชิ้นส่วนรถยนต์สีที่ใช้จะเป็นสีเรียบๆ พื้นๆ เช่น ขาว เทา ดำ น้ำเงิน แต่พอเป็นตลาดเฟอร์นิเจอร์ต้องมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อม และมีโอกาสพอเป็นไปได้ ก็ลงมือทำเลย ทุกคนก็เห็นด้วย เพราะถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ”

 

 

โดยธนัญญา ได้สรุปข้อดีของการสร้างธุรกิจใหม่ โดยอาศัยฐานจากธุรกิจหรือต้นทุนเดิมที่มีอยู่ ไว้ 3 ข้อ ได้แก่

 

1.ลดความเสี่ยง เปิดตลาดใหม่ให้ธุรกิจ

ธุรกิจของเราดำเนินมานานกว่า 30 ปี ย่อมมีความอิ่มตัวในระดับหนึ่ง เราไม่อยากพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ต้องลงทุนเครื่องจักร 10 กว่าล้าน แทนที่จะต้องลงทุนเพิ่ม เพื่อมาขยายตลาดเดิม เรามองว่าลองเอาสิ่งที่เรามีอยู่แล้วมาลองหาโอกาสใหม่ๆ น่าจะเป็นการลงทุนที่น้อยกว่า และยังช่วยลดความเสี่ยงไปในตัว สมมติตลาดตกลงมา เราก็ยังมีอีกตลาดหนึ่งไว้คอยรองรับ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ทุกอย่างก็ยังคงสามารถดำเนินไปได้ปกติ ไม่ต้องปลดพนักงานลง

 

2.เริ่มได้เร็ว ลงทุนน้อยกว่า

เมื่อมีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ก็สามารถเริ่มต้นได้ทันที โดยที่ไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด เมื่อลองเปิดตัวเปิดตลาดไปแล้ว หากต้องการคิดที่จะแก้ไขปรับปรุงอะไรก็ทำได้ง่ายกว่า อย่างตอนแรกที่ทำออกมาเราตั้งใจมองกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้ใหญ่ จึงทำออกมาไม่กี่สี แต่ปรากฏว่าพอเปิดตัวจริงกลายเป็นว่าได้รับความสนใจจากผู้ปกครองและโรงเรียนต่างๆ มาก เลยต้องเพิ่มสีสันเข้าไปให้มากขึ้น รวมถึงปรับลดเหลี่ยมคมต่างๆ บริเวณขอบ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของเด็กมากขึ้น เรียกว่าพอมีความต้องการจากผู้บริโภคเข้ามา เราก็สามารถพัฒนาปรับเปลี่ยนได้ในทันที โดยไม่ต้องกลัวที่จะต้องลงทุนผลิตใหม่ เพราะเราสามารถผลิตเองได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

 

3.สร้างความกระตือรือร้นให้กับบุคลากรในองค์กร

แม้กระบวนการผลิตไม่ได้แตกต่างจากเดิมไปมากนัก แต่เมื่อเปลี่ยนตลาดใหม่ ทุกคนก็ต้องศึกษาใหม่หมด เพราะมันไม่เหมือนเดิม ทำให้เขามีความกระตือรือร้นมากขึ้น จากที่ทำงานซ้ำๆ แบบเดิม ก็ได้ลองคิดอะไรใหม่ๆ มากขึ้น

 

 

How to be born new business

สำหรับใครที่สนใจอยากเริ่มต้นมองหาโอกาสใหม่จากธุรกิจเดิม ธนัญญาได้ฝากเคล็ดลับไว้ดังนี้

 

สินค้าใหม่ เปิดตลาดได้ง่ายกว่า

ก่อนหน้านี้เราเคยทดลองทำสินค้าตัวอื่นที่มีอยู่ในตลาดแล้วเหมือนกัน ซึ่งกระแสการตอบรับไม่เหมือนกับสินค้าใหม่จะมีความหวือหวามากกว่า เวลามีลูกค้าเดินเข้ามาดูสินค้าเขามักใช้เวลาพิจารณาและให้ความสนใจมากกว่า เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน อาจสงสัยว่ามันคืออะไร ใช้งานยังไง จึงเป็นเหมือนตลาด blue ocean ที่มีคู่แข่งน้อยกว่า แต่ความยากก็มี คือ จะทำยังไงให้เขาได้เห็นสินค้าเราเยอะๆ ได้รู้จักกับมันมากขึ้น   

 

บริหารจัดการ ทั้งเก่าใหม่ ให้เดินไปพร้อมกันได้

ถึงจะเป็นวิธีที่สามารถสร้างสินค้าหรือตลาดใหม่ให้กับธุรกิจได้ง่ายกว่า แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าเรายังมีธุรกิจหลักที่ต้องบริหารจัดการให้ดำเนินไปควบคู่กันไปด้วย ฉะนั้นอย่าลืมที่จะบริหารสัดส่วนการทำงานทั้งงานเก่างานใหม่ให้ลงตัว  ตอนนี้เรายังใช้ทรัพยากรทุกอย่างจากธุรกิจหลักอยู่ ในช่วงเวลาปกติที่กำลังการผลิตเพียงพอเราจะพยายามแทรกงานใหม่เข้าไปทำสต็อกเก็บไว้ เพื่อให้ในช่วงที่มีงานเข้ามาเยอะ อย่างช่วงปลายปีที่เป็นช่วงพีคของธุรกิจรถยนต์ เราก็จะหยุดเอาไว้ก่อน และหันมาผลิตเต็มกำลังกับธุรกิจหลัก นอกจากนี้ในบางส่วนที่ขาด เช่นเราเคยทำแต่ตลาดรถยนต์ ไม่เคยรู้จักตลาดเฟอร์นิเจอร์เลย ก็ต้องหาคนที่มีความชำนาญเข้ามาช่วยเสริม

 

เริ่มตั้งแต่วันที่ธุรกิจยังดำเนินไปด้วยดี

ควรเริ่มต้นคิดตั้งแต่วันที่ธุรกิจหลักยังดำเนินไปได้ด้วยดี ค่อยๆ คิด ค่อยๆ มองหาโอกาสใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามา เพราะหากไปเริ่มต้นในวันที่ธุรกิจเริ่มวิกฤต จากที่มองหาโอกาสค่อยเป็นค่อยไป อาจกลายเป็นแค่การแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจไม่มีเวลามาลองผิดลองถูก ไม่มีอะไรที่สามารถมาสนับสนุนส่งเสริมกันได้ ฉะนั้นควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ที่เรายังโอเคอยู่ อย่าคิดว่างานเยอะ ให้คิดว่าทำเผื่อวันพรุ่งนี้ 

 

ทางลัดโตง่าย ใช้ทุนน้อย สไตล์ KoKoBlocks

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ