ปักหมุดไทย ศูนย์กลางวิจัยอุตสาหกรรมอาหารอาเซียน

ปักหมุดไทย ศูนย์กลางวิจัยอุตสาหกรรมอาหารอาเซียน

ข่าว SMEs

SCB SME

SCB SME

16 พ.ย. 2017, 18:29 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Highlight: สวทน.จับมือพันธมิตร หนุนเมืองนวัตกรรมอาหาร ปักหมุดไทยศูนย์กลางวิจัยอุตสาหกรรมอาหารอาเซียน 

 

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) โดยโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) สถาบันวิจัยฟรอนโฮเฟอร์ ประเทศเยอรมนี และ บริษัท สตราทีจิคอินเตอร์คอม ร่วมกันจัดการประชุมสมัชชานวัตกรรมทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย - ยุโรป ครั้งที่ 5 และนำผู้เข้าร่วมประชุมเยี่ยมชมเมืองนวัตกรรมอาหาร ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

 

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ใช้นวัตกรรมเป็นฐาน หรือ ไทยแลนด์ 4.0 โดยต้องเพิ่มทักษะให้กับทรัพยากรบุคคล ตลอดจนผู้ประกอบการให้เป็น Smart Entrepreneur หรือ Smart SME นอกจากนี้รัฐบาลยังได้พยายามปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้ทันต่อกระแสโลก ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อหลายโครงการรวมถึง เมืองนวัตกรรมอาหาร ซึ่งเกิดจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการทางความคิดของทั้งภาครัฐและเอกชน

 

 

ทั้งนี้ ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า การสร้างเมืองนวัตกรรมอาหารขึ้นมา วัตถุประสงค์หนึ่งคือ เพื่อการทำให้ผู้ประกอบการไทยยังคงสามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลก ทำให้การผลิตสินค้าอาหารตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้ด้วย และสิ่งที่ต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กันคือ บุคลากรทางด้านอาหารที่มีความสามารถสูง นอกจากนี้โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเป็นฐานรากให้เกิดนวัตกรรมในอุตสาหกรรมอาหารก็นับเป็นสิ่งสำคัญ เมืองนวัตกรรมอาหารจึงเลือกอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยเป็นที่จัดตั้ง เนื่องจากมีความพร้อม และในอนาคตอันใกล้ก็จะขยายไปสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคอาเซียน และผลจากการที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้จัดประชุมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอาหารในครั้งนี้ ก็เป็นการปักหมุดความเป็น ศูนย์กลางเครือข่ายวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารในระดับอาเซียน 

 

 

สำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองบนเวทีเสวนานั้น นายอเล็กซานเดอร์ ซามูเอล หัวหน้างานด้านอาหารและเครื่องดื่มในอาเซียน บริษัทซีเมนส์ ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารมีการปรับเปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่อง และในยุคนี้เป็นยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน สามารถนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์กระบวนการขั้นตอนในการผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้มีความหลากหลาย สามารถแข่งขันได้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของการออกแบบส่วนผสม จนถึงภาชนะบรรจุ และการออกแบบให้ตรงตามความต้องการของแต่ผู้บริโภคแต่ละบุคคล เช่น สามารถตอบได้ว่าส่วนผสมในอาหารทำมาจากอะไร 

 

ด้านนายแมทธิว ก็อตเฟรย์ จากบริษัทนิวทริเชียล อินโนเวชั่น ฟู้ด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการความเป็นธรรมชาติของผลิตภัณฑ์มากขึ้น การวิจัยหลายชิ้นพบว่า คนส่วนใหญ่เป็นโรคและสุขภาพไม่ดีส่วนหนึ่งเกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ การบริโภค เกลือ น้ำตาล ไขมัน เกินความจำเป็น จึงทำให้เกิดกระแสการกินผักและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาหารโดยลดปริมาณน้ำตาล เกลือ ไขมัน ในอาหารลง ผู้ประกอบการด้านอาหารก็ต้องปรับเปลี่ยนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ในส่วนของบริษัทฯ เองได้เปิดสถาบันวิจัยรสชาติอาหารขึ้นเพื่อตอบโจทย์เอสเอ็มอี ที่ไม่สามารถจัดการปัญหาเองได้ทั้งหมด

 

ขณะที่นายซินดี้ อู ผู้อำนวยการภูมิภาคด้านกฎหมายและวิทยาศาสตร์ บริษัทดูปองท์ กล่าวว่า กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมอาหาร ผู้ประกอบการต้องมีจิตสำนึกในการใช้วัตถุดิบและส่วนผสมในอาหาร ในส่วนของบริษัทดูปองท์เองมีส่วนของ อาหารปลอดภัย มีการจัดโปรแกรมฝึกอบรมด้านอาหารปลอดภัยเพื่อสร้างความตระหนักให้เข้าไปอยู่ในจิตสำนึก

 

อย่างไรก็ดี การจัดงานดังกล่าวนอกจากเป็นเวทีถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากต่างประเทศเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมอาหารแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายธุรกิจเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนาสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารของภูมิภาคอาเซียน 

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ