ผลสำรวจชี้! คนเมียนมายุคมิลเลนเนียล ไม่สนแบรนด์

ผลสำรวจชี้! คนเมียนมายุคมิลเลนเนียล ไม่สนแบรนด์

ข่าว SMEs

SCB SME

SCB SME

19 พ.ย. 2017, 12:01 — ใช้เวลาอ่าน 3 นาที

Highlight: ผลสำรวจชี้ ผู้บริโภคเมียนมากลุ่มมิลเลนเนียล ให้ความสำคัญกับแบรนด์น้อยกว่าชาติอาเซียนอื่นๆ

 

วีโร่ บริษัทตัวแทนด้านการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสื่อดิจิทัล แพร่ผลการสำรวจที่ชื่อว่า Who Are Myanmar Millennials? (WAMM?) ซึ่งจัดทำโดยบริษัท อินโดไชน่า รีเสิร์ช  โดยงานวิจัยชิ้นนี้พบว่า ประชากรเมียนมากลุ่มที่เรียกว่ามิลเลนเนียลหันมาสนใจคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์มากกว่าชื่อแบรนด์เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

 

สำหรับมิลเลนเนียล คือกลุ่มคนที่เกิดในระหว่างปี พ.ศ. 2525 ถึงปี พ.ศ. 2543 ปัจจุบันในประเทศเมียนมามีชาวมิลเลนเนียลอยู่ราว 16.6 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 33 ของประชากรทั้งหมดในประเทศ กลุ่มคนเหล่านี้เกิดมาพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล จึงเชื่อกันว่าพวกเขาจะเป็นผู้สร้างเทรนด์ต่างๆ และเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของพฤติกรรมต่างๆ ในสังคม

 

นายไบรอัน กริฟฟิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วีโร่ กล่าวว่า ผลสำรวจนี้เผยให้เห็นพลังของประชากรชาวมิลเลนเนียลของเมียนมาที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ตลาดและส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของครอบครัว ผลสำรวจยังชี้อีกว่าประชากรเมียนมายุคมิลเลนเนียลไม่ได้คอยดูทิศทางหรือตามผู้ใหญ่เสมอไป พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียในการกระจายข่าว ซึ่งส่งผลต่อการอุปโภคบริโภคของคนในครอบครัวและแบรนด์ที่พวกเขาชื่นชอบ 

 

ประชากรมิลเลนเนียลชาวเมียนมาไม่ได้ให้ความสนใจถึงความภักดีต่อแบรนด์หรือคำสัญญาของแบรนด์มากนัก เมื่อเทียบกับมิลเลนเนียลในประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ โดยมีมิลเลนเนียลชาวเมียนมาเพียงร้อยละ 46 เท่านั้นที่บอกว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ตรงกันข้ามกับมิลเลนเนียลในประเทศลาวและกัมพูชาที่สนใจแบรนด์มากถึงร้อยละ 72 และ 73 ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน ประชากรมิลเลนเนียลชาวเมียนมา ร้อยละ 54 มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าโดยคำนึงการใช้งานของผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ ผลสำรวจ WAMM ของวีโร่ แสดงให้เห็นว่า สำหรับพวกเขาแล้วปัจจัยอื่นๆ เช่น ประเทศแหล่งต้นกำเนิดผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ความคุ้มค่า และรางวัลระดับนานาชาติ มีความสำคัญมากกว่าความนิยมหรือความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์

 

พร้อมกันนี้ ผลสำรวจอีกข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ ประชากรมิลเลนเนียลของเมียนมาร้อยละ 66 ให้ความสำคัญของโซเชียลมีเดียในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ยิ่งไปกว่านั้น โซเชียลมีเดียเป็นเสมือนแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่มีอิทธิพลมากกว่าครอบครัว เพื่อน และอินเทอร์เน็ตอีกด้วย ผลการสำรวจยังเผยว่า เฟซบุ๊ก เป็นแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลต่อประชากรมิลเลนเนียลชาวเมียนมามากที่สุดในขณะนี้ (ร้อยละ 99) ตามมาด้วยสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และวิทยุ

 

อย่างไรก็ดี นักลงทุนไทยที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคในเมียนมา ควรใช้กลยุทธ์การเพิ่มยอดขายและสร้างความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ในระยะยาว ด้วยการเจาะกลุ่มประชากรเมียนมายุคมิลเลนเนียล นอกจากนี้ นักการตลาดชาวไทยที่มองหาการเติบโตในเมียนมาควรเข้าใจว่า กลุ่มคนยุคมิลเลนเนียลมีมุมมองเฉพาะในการเข้าถึงแบรนด์และธุรกิจต่างๆ 

 

ผลสำรวจชี้! คนเมียนมายุคมิลเลนเนียล ไม่สนแบรนด์

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ