รู้ก่อน เตรียมตัวทัน เดินเข้าตลาดจีนแบบไม่กลัวเจ็บตัว

รู้ก่อน เตรียมตัวทัน เดินเข้าตลาดจีนแบบไม่กลัวเจ็บตัว

การนำเข้าและส่งออก

SCB SME

SCB SME

10 พ.ย. 2017, 10:05 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: ก่อนจะบุกเข้าแดนมังกร มีหลายเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไปแล้วจะได้ไม่แป้ก

 

จีน คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้ประกอบการ SME หลายคนอยากจะบุกเข้าไปทำตลาด ด้วยจำนวนประชากรที่มีมากกว่า 1.4 พันล้านคน มีหลายมณฑลที่น่าสนใจ แถมผู้บริโภคชาวจีนยังมีกำลังซื้อที่พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายตังให้สินค้าไทยอยู่เสมอ แต่กว่าที่ธุรกิจหนึ่งจะเข้าไปเปิดตลาดได้นั้น บอกเลยไม่ง่าย ต้องผ่านหลายขั้นตอนแถมยังมีช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เลือก รู้แบบนี้แล้วผู้ประกอบการคงต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนคิดที่จะออกไป แต่จะต้องเตรียมตัวอย่างไรนั้น หรือมีอะไรที่ควรรู้ก่อนก้าวย่างสู่แดนมังกร ในครั้งนี้เราได้ผู้เชี่ยวชาญ อย่าง ยงค์กิจ ธรรมพัฒนาภรณ์ กรรมการบริหาร ศูนย์สร้างโอกาสธุรกิจไทยสู่จีน (Thailand Smart Trade Center: TSTC) มาช่วยไขความกระจ่างให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย

 

 

  

เตรียมพร้อมแข่งขันกับเพื่อนบ้าน

สิ่งสำคัญแรกที่ SME ต้องรู้ไว้เลย นั่นคือ การแข่งขันในตลาดจีนกำลังสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกำลังซื้อของคนจีนที่เพิ่มขึ้นและพวกเขากำลังเปิดรับสิ่งใหม่ๆ จึงไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการไทยเท่านั้นที่มองตลาดนี้ ยกตัวอย่าง ในอาเซียนเอง ผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งออกผลไม้ เพราะด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่ต่างกันของ 2 ประเทศนี้ ทำให้สามารถปลูกผลไม้ที่คล้ายกับบ้านเรา ทำให้ไทยจะต้องตื่นตัวและเน้นการสร้างคุณค่าให้ผลไม้ของตัวเองด้วยการสร้างแบรนด์ รวมถึงการพัฒนาทำให้สินค้ามีคุณภาพ เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับอีก 2 ประเทศที่กำลังมาแรงได้ แต่อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์สินค้าไทยในสายตาชาวแดนมังกรก็ยังถือว่ามีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่น

 

ถ้าให้ดีต้องมี Branding

ยงค์กิจได้พูดย้ำถึงเรื่องของการทำ Branding ว่าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจในประเทศจีน เพราะคนไทยส่วนใหญ่เน้นการขาย หรือเน้นทำ OEM อย่างเดียว แต่กลับไม่ลงทุนในเรื่องของการทำ Branding และ Marketing ที่มีความยั่งยืนกว่า และที่สำคัญยังสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าของผู้ประกอบการได้อีกด้วย 

 

“การลงทุนเรื่องของแบรนด์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะเน้นแค่เรื่องของการขายอย่างเดียว ทั้งที่แบรนด์จะมีความยั่งยืนกว่าในแง่ของการเติบโต ที่สำคัญเลยคือการสร้าง Story หรือเรื่องเล่าให้กับสินค้าของคุณ อย่างที่ มาเลเซีย เขาก็มีทุเรียน เขาสร้าง Story ให้ทุเรียนของเขา จนคนจีนต้องบินไปปีนังทุกปีเพื่อไปกินทุเรียนพันธุ์นี้โดยเฉพาะ นี่คือพลังของการสร้างแบรนด์และ Story”

 

เดินให้ถูกทาง 

อย่างที่บอกว่าการเข้าตลาดจีนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปนัก หากผู้ประกอบการรู้ช่องและเดินไปได้ถูกทาง รวมถึงการทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาสักนิด แต่ถ้าได้เข้าไปแล้วและคนจีนรักสินค้าของคุณ รับรองว่าไม่พลาดโอกาสทองอย่างแน่นอน 

 

“การเข้าตลาดจีนมีความยากง่ายต่างกัน อย่างพวกธุรกิจอาหารก็เข้าง่าย เพราะคนจีนโอเคกับอาหารไทยอยู่แล้ว หรือตอนนี้พวกเครื่องสำอางก็เริ่มโตขึ้น ผู้ประกอบการหลายคนก็กำลังเริ่มเข้าไปจ่อหน้าประตู ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครที่เข้าไปแบบเต็มตัว ติดอยู่ที่เรื่องของกฎหมาย การขอเครื่องหมายการค้า Trade Mark จดลิขสิทธิ์ ซึ่งต้องใช้เวลา ผู้ประกอบการไทยเองอาจจะเริ่มหันมาปรับปรุงสินค้า ปูทางในประเทศให้แข็งแรง สร้าง Branding และจดเครื่องหมายการค้าต่างๆ ของจีนให้ถูกต้อง พอทำทุกอย่างถูกต้อง ก็ง่ายแล้ว”

 

รู้จักช่องทางการขาย 

ในประเทศจีน ช่องทางการขายออนไลน์เป็นอะไรที่ฮิตมาก โดยเฉพาะช่องทางเว็บ Tmall ที่เป็น B2C และ JD.com ที่เป็น B2B2C ก็กินส่วนแบ่งตลาดออนไลน์ของจีนไปแล้วกว่า 80% ซึ่งขณะนี้ผู้บริโภคในประเทศจีนเน้นการซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มเหล่านี้มากกว่า Taobao ที่เคยโด่งดังและเป็นแพลตฟอร์ม E-commerce แรกที่ดังในประเทศจีน แต่ด้วยความที่ Taobao เป็นช่องทางแบบ C2C คือใครก็สามารถเข้าไปขายได้ หิ้วสินค้าอะไรไปขายก็ได้ แม้แต่คนไทยเองก็ยังเข้าไปขายได้เช่นกัน โดยที่ไม่ต้องเป็นนิติบุคคล ทำให้เว็บนี้เกิดปัญหาในเรื่องของการที่สินค้าไม่มีการันตีและเต็มไปด้วยของปลอม เมื่อสินค้ามีปัญหาเปลี่ยนคืนไม่ได้ ทำให้ผู้บริโภคลดความนิยมลงและหันมาจับจ่ายใช้สอยกันที่ Tmall และ JD แทน แต่ถ้าผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปเล่นในช่องทางนี้ ก็จะต้องหันมาที่การพัฒนาเรื่องพื้นฐานคือการขอเครื่องหมายการค้าให้ถูกต้อง ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ มีแบรนด์ที่แข็งแรง ก็จะสามารถเข้าไปได้ทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์เลยทีเดียว 

 

สินค้าของคุณมีคนต้องการแค่ไหน 

ไม่ใช่ว่าสินค้าไทยหรืออาหารไทยทุกอย่างจะเป็นที่ต้องการของคนจีน โดยยงค์กิจยกตัวอย่างเรื่องเทรนด์กล้วยตาก กล้วยอบ กล้วยเคลือบที่เข้าไปทำตลาดในจีนถี่มาก แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากกล้วยเป็นวัตถุดิบที่ประเทศจีนเองก็มีและยิ่งนำมาแปรรูปส่งออก ยิ่งทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องมาศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของคนจีนว่า พวกเขาต้องการอะไร คนจีนแต่ละมณฑลก็มีพฤติกรรมและความต้องการที่ต่างกันไป

 

ถึงตรงนี้ ยงค์กิจฝากทิ้งท้ายด้วยว่า ในการจะเข้าไปทำตลาดจีน สิ่งสำคัญคือการพุ่งชนตลาด อย่ารอความหวัง อย่ารอ Distributor แต่ให้พัฒนาตัวเอง ทำสินค้าให้ดี มีคุณภาพ ศึกษาตลาดและทำให้ถูกฎหมาย ถ้าสินค้าของคุณยังไม่ใช่ก็ให้ปรับเปลี่ยน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างแท้จริง

 

รู้ก่อน เตรียมตัวทัน เดินเข้าตลาดจีนแบบไม่กลัวเจ็บตัว

บทความแนะนำสำหรับท่าน

Join a growing community of 300,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Join a growing community of 300,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ