สภาผู้ส่งออก ปรับเป้าปี60 โต 8% ตามทิศทางการค้าโลก

สภาผู้ส่งออก ปรับเป้าปี60 โต 8% ตามทิศทางการค้าโลก

ข่าว SMEs

SCB SME

SCB SME

6 พ.ย. 2017, 15:23 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Highlight: สภาผู้ส่งออก ปรับเป้าส่งออกไทยปี 60 เติบโต 8% หลังเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญขยายตัวดีขึ้น

 

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก คาดว่าการส่งออกของไทยปี 2560 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 8% ตามทิศทางการค้าโลก หลังเดือน ก.ย.60 ขยายตัว 12.2% มีมูลค่า 21,812 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นการขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) และสูงสุดในรอบ 56 เดือน โดยการส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 720,176 ล้านบาท ขยายตัว 7.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY) ส่งผลให้การส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า 175,435 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโต 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ขณะที่ในรูปเงินบาทการส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า 6,001,376 ล้านบาท เติบโต 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY)

 

"การส่งออกของไทยในปี 2560 ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าสำคัญที่ปรับตัวดีขึ้น กอปรกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และแนวโน้มสินค้าอุตสาหกรรมหลายรายการสามารถกลับมาขยายตัวได้ดีทั้งปริมาณและราคา โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่สำคัญ เช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาลทราย ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป และในภาคอุตสาหกรรมเช่น ทองคำ ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ"สรท.ระบุ

 

ทั้งนี้ การเติบของการส่งออกไทยในช่วงที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จาก 1) การขยายตัวดีขึ้นของการค้าระหว่างประเทศโดยรวมทั่วโลก และสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก เช่น จีน ญี่ปุ่น อาเซียน และออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา พลิกกับมาโตช่วงปลายไตรมาส 3/2560 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของปริมาณสินค้าที่ขนส่งทั้งทางทะเล และทางอากาศระหว่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา 2) การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็ก น้ำตาลทราย ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับจากปัจจัยบวก อาทิ ราคา และความต้องการสินค้าเพื่อนำไปผลิตต่อของคู่ค้า 3) การสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นเพื่อเตรียมตอนรับเทศกาล Thanksgiving ในช่วงพ.ย.นี้

 

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการส่งออกไทยประกอบด้วย 1) จับตานโยบายของผู้สมัครประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมาแทนที่คนปัจจุบันซึ่งจะหมดวาระลงในเดือน ก.พ. 2561 ซึ่งอาจมีผลให้ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นและอาจส่งผลให้ค่างเงินบาทผันผวนต่อไป 2) มาตรการกีดกันทางการค้าในประเทศคู่ค้าหลัก อาทิ สหรัฐอเมริกา-Buy America และจีน-Safeguard- Anti-dumping รวมถึงความไม่พร้อมของไทยในการปฏิบัติตามข้อกำหนด Trade Facilitation Agreement ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวต่อการส่งออกของไทย 3) การเคลื่อนย้ายแรงงานและการสร้างตลาดแรงงานที่มีคุณภาพต่อการผลิต 4) สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีหลังรัสเชียออกมาปฏิเสธการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ขณะที่จีนยืนยันจะส่งออกสินค้า Humanitarian Needs ให้กับเกาหลีเหนือต่อไป

 

ด้านสถานการณ์ค่าเงินบาทไทย ปัจจุบันอยู่ในสภาวะค่าเงินบาททรงตัวค่อนไปทางแข็งค่าขึ้น จากปัจจัยต่างที่เกี่ยวข้อง อาทิ 1) ภาวะเศรษฐกิจและดุลการค้าของไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น 2) ปัจจัยจากสถานการณ์การเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินและปริมาณเงินทุนไหลเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศเร่งออกมาตรการควบคุมเงินไหลเข้า 3) ปัจจัยในประเทศที่ทำให้บาทแข็งส่วนหนึ่งมาจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบัน (1.5%) เพื่อสนับสนุนอุปสงค์ในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน โดยที่ดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงเกินดุลในระดับสูง คาดว่าจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยก่อนที่ปี 2561 มีโอกาสปรับเพิ่ม 1 ครั้ง ตามการแข็งค่าของเงินสกุลดอลลาร์ 4) มูลค่าการส่งออกของไทยปรับตัวสูงขึ้นและดุลการค้าเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง

 

สภาผู้ส่งออก ปรับเป้าปี60 โต 8% ตามทิศทางการค้าโลก

บทความแนะนำสำหรับท่าน

Join a growing community of 300,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Join a growing community of 300,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ