สมใจ ปรับลุคธุรกิจเครื่องเขียน 60ปี ด้วยออนไลน์

สมใจ ปรับลุคธุรกิจเครื่องเขียน 60ปี ด้วยออนไลน์

การเรียนรู้และการพัฒนา

SCB SME

SCB SME

16 พ.ย. 2017, 13:27 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: ได้เวลายกเครื่องครั้งใหญ่ เมื่อร้านสมใจเครื่องเขียน ปรับแนวทางธุรกิจใหม่ ขอโตต่อบนดิจิทัล

 

“สมใจ” ร้านเครื่องเขียนที่ผ่านกาลเวลามายาวนานกว่า 60 ปี จากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นตำนานที่ยังคงมีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ แต่ทว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลก ย่อมทำให้แบรนด์เก่าแก่รายนี้ไม่สามารถเดินบนเส้นทางสายเดิมๆ ได้อีกต่อไป การพลิกโฉมครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้น โลกดิจิทัลกลายมาเป็นตัวหลักสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในยุค 4.0

 

เดิมทีนั้นร้านสมใจเครื่องเขียนเน้นทำธุรกิจโดยการขยายสาขา โดยยุคแรกเป็นการขยายสาขาในหมู่เครือญาติสนิทและตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน จากนั้นในยุคที่สองเริ่มมีการนำระบบไอทีเข้ามาช่วยบริหารจัดการมากขึ้น ทำให้การขยายสาขากระจายตัวออกไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น และมาถึงยุคที่สามภายใต้การนำของทายาทที่เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งมองเห็นแล้วว่า การทำธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ด้วยการขยายสาขา ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 10 สาขานั้น อาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้ที่มีชีวิตประจำวันผูกติดกับโลกดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ ร้านสมใจในยุคเจนเนอเรชันที่ 3 จึงได้มีการพัฒนาระบบต่างๆ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมๆ กับการเริ่มต้นก้าวสู่โลกอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มตัว 

 

 

 

ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ นพนารี พัวรัตนอรุณกร กรรมการผู้จัดการ ร้านสมใจเครื่องเขียน กล่าวว่า เมื่อประมาณปีที่แล้วได้มีการพัฒนาเว็บอีคอมเมิร์ซของทางร้านขึ้นมา เพราะเริ่มเห็นทิศทางการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคคนไทยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ นอกจากจะเป็นการเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสามารถค้นหาและซื้อสินค้าเครื่องเขียนและอุปกรณ์งานศิลปะได้ง่ายขึ้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน นั่นคือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สะท้อนออกมานั้น จากแบรนด์ที่ดูเก่าแก่เพราะอยู่มานาน ดูมีความทันสมัยมากขึ้น และไม่ได้เป็นแค่ร้านขายเครื่องเขียนธรรมดาๆ ทั่วไป แต่แบรนด์มีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้สื่อสารกับลูกค้าได้ดีขึ้นด้วย

 

 

“การพัฒนาจากการขายออฟไลน์ขยับมาสู่ตลาดออนไลน์นั้น ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยลง ที่ผ่านมาคนจะเข้าใจตลอดว่า ลูกค้าร้านสมใจคือคนอายุ 40 – 50 ปี แต่พอมีออนไลน์ลูกค้ากลุ่มอายุ 10 กว่าปี ก็เริ่มมีการรับรู้และเข้าถึงสมใจได้ง่าย ภาพลักษณ์เราดูเด็กลง กลายเป็นว่าการทำออนไลน์ เหมือนเป็นการช่วยรีแบรนด์ได้ระดับหนึ่ง”

 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดต่อมาจากการปรับเข้าสู่ออนไลน์ นั่นคือ ประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร กล่าวได้ว่า การขายออนไลน์ช่วยทำให้มีการจัดระเบียบสินค้ามากขึ้น จากเดิมที่ทางร้านมีสินค้าประมาณ 60,000 SKU แน่นอนว่าเราไม่สามารถที่จะเอาขึ้นเว็บไซต์ได้ทั้งหมด จึงต้องมีการคัดเลือก โดยทางร้านจะเลือกสินค้าที่เป็นแนวคลาสสิค เป็นสินค้าที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 3,000 SKU ก่อน จากนั้นก็ทยอยเอาสินค้าขึ้นออนไลน์ไปเรื่อยๆ จนถึงขณะนี้บนเว็บไซต์มีสินค้าอยู่ประมาณ 10,000 SKU แล้ว จากสินค้าในร้านทั้งหมดที่มีอยู่ ด้วยเหตุนี้จึงเหมือนได้มีการจัดระบบของสินค้าใหม่ ทำให้การทำงานของทั้งฝั่งออฟไลน์ (สาขา) และออนไลน์ง่ายขึ้นตามไปด้วย  

 

 

ไม่เพียงแต่ออนไลน์จะถูกใช้เป็นช่องทางการขายเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ร้านสมใจพยายามทำควบคู่ไปกับการขายออนไลน์ นั่นคือ การเปิดพื้นที่ออนไลน์เป็นเสมือน Knowledge Sharing เพื่อหวังจะสร้างเป็น Community สำหรับคนรักงานศิลปะขึ้นมา โดยผ่านสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กและไลน์แอด ซึ่งจะมีการจัดเวิร์คช้อปต่างๆ มีการอัพเดตเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้มีพื้นที่พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ขณะเดียวกันก็สามารถเข้ามาปรึกษากับเราได้ เพราะความตั้งใจของร้านสมใจคือ อยากเป็นผู้ให้ความรู้เรื่องอุปกรณ์ศิลป์ในประเทศไทย

 

“ปัจจุบันในออนไลน์ ความมี Loyalty ของแบรนด์จะไม่เหมือนกับในร้านค้า ต่อให้สร้างแบรนด์ขนาดไหน แต่ราคาแข่งขันไม่ได้ หรือสินค้าของคุณไม่น่าซื้อ ลูกค้าก็จะไม่ซื้อเพราะแบรนด์ ฉะนั้นกลยุทธ์ที่สำคัญและเชื่อว่าใช้ได้ผลในโลกออนไลน์ คือ กลยุทธ์เรื่องของราคาและโปรโมชั่น รวมถึงความครบครันของสินค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความสะดวกสบาย เป็นสินค้าที่เขาไม่สามารถหาซื้อได้ในออฟไลน์ หรือหาซื้อได้ลำบาก ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นคีย์หลักที่ใช้ในการดึงลูกค้าจากออนไลน์มาหาเรา และทำให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น”

 

 

อย่างไรก็ดี การปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลสำหรับร้านสมใจเครื่องเขียนยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความสำเร็จเท่านั้น นพนารี บอกย้ำว่า การเข้ามาสู่โลกออนไลน์นั้นทำง่าย แต่จะทำให้สำเร็จค่อนข้างยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องมีการอัพเดตตัวเองตลอดเวลา พยายามผลักดันตัวเองให้มีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ และต้องพร้อมที่จะรับมือให้ได้กับทุกสิ่งอย่าง ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของร้านสมใจเอง ณ วันนี้อาจจะยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่สิ่งที่เราทำคือ ยอมรับกับสิ่งๆ นั้น เพื่อดูว่าปัญหาคืออะไร เกิดจากจุดไหนแล้วพยายามแก้ไข เพียงแค่อย่าหยุดที่จะพัฒนา นั่นก็คือความสำเร็จสำหรับธุรกิจแล้ว 

 

 

สมใจ ปรับลุคธุรกิจเครื่องเขียน 60ปี ด้วยออนไลน์

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ