เปิดสูตรลับทำธุรกิจเดลิเวอรีผลไม้ สไตล์ aDay Fresh

เปิดสูตรลับทำธุรกิจเดลิเวอรีผลไม้ สไตล์ aDay Fresh

อีคอมเมิร์ซ

SCB SME

SCB SME

13 ก.พ. 2018, 04:14 — ใช้เวลาอ่าน 6 นาที

Highlight: จะทำธุรกิจเดลิเวอรีผลไม้ให้สำเร็จ อย่ามองแค่คุณภาพสินค้า ให้มองลึกลงไปที่คุณภาพบริการด้วย 

 

ขึ้นชื่อว่าผลไม้ นอกจากรสชาติที่หวาน กรอบ อร่อยแล้ว ความสดใหม่ คือ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจตัวนี้ แต่สำหรับการแข่งขันในยุคที่ผู้บริโภคต่างมีตัวเลือกมากขึ้นนั้น นี่อาจจะไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอ aDay Fresh ธุรกิจผลไม้เดลิเวอรี จึงเข้ามาตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต่างต้องการความสะดวกสบายและรายละเอียดที่เพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เปลี่ยนไป

  

 

“ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของเราแล้ว aDay Fresh เริ่มต้นขึ้นมาจากปัจจัย 3 ข้อด้วยกัน คือ 1.ขายของดีและแตกต่าง 2.การรับประกันคุณภาพสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ เพราะสินค้าเราราคาค่อนข้างสูงและ3.ลูกค้าสามารถเลือกเวลาส่งได้ เพราะเราอยากให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่สดใหม่มากที่สุดเรามองว่าตลาดผลไม้พรีเมียมยังไม่ค่อยมีคนเข้ามาทำ เพราะโดยปกติแล้วการสั่งผลไม้เมืองนอกเข้ามาขายจะต้องสั่งทีละเยอะๆ ซึ่งหากมีต้นทุนแพงเกินไปอาจทำให้ขายได้ยาก ผลไม้จากร้อยส่วนอาจขายได้เพียง 10 ส่วน ที่เหลืออีกกว่า 90 ต้องทิ้งไป เพราะหมดอายุ เอามาขายต่อไม่ได้ จึงไม่ค่อยมีใครอยากเอามาขาย แต่เรามองว่าจริงๆ แล้วน่าจะมีความต้องการซ่อนอยู่ เลยลองทำตลาดขึ้นมา”

 

 

จากคำบอกเล่าเรื่องราวของการเริ่มต้นธุรกิจส่งตรงผลไม้ถึงบ้านของ ยุทธนา เทียนธรรมชาติ ผู้ก่อตั้ง aDay Fresh ได้บอกเพิ่มเติมด้วยว่า ธุรกิจนี้เป็นการเริ่มจากเล็กๆ โดยช่วงแรกนั้นจะลงมือทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่คัดผลไม้ ถ่ายรูปสินค้าลงโพสต์ขาย รับโทรศัพท์ลูกค้า จนถึงจัดส่งให้กับลูกค้า ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วมีลูกค้าที่ยอมจ่ายเพราะอยากกินของดีๆ  และต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งมีช่วงหนึ่งเคยลองนำของที่เกรดถูกกว่าเล็กน้อยมาขาย เพราะคิดอยากจะขยายตลาดให้กว้างขึ้น แต่ปรากฏว่ายอดขายตกทันที จากจุดนี้เอง ทำให้รู้ว่าราคาไม่ใช่สิ่งสำคัญ ขอเพียงสินค้าต้องดีจริง ลูกค้ายอมที่จะจ่าย แม้จะมีจำนวนอยู่ไม่มาก เป็น Niche Marketing โดยเชื่อว่าจากจุดเล็กๆ แต่พอรวมกันทั้งประเทศ ก็สามารถทำให้ธุรกิจอยู่ได้

 

 

เมื่อถามถึงความยากของการทำธุรกิจผลไม้เดลิเวอรีแบบพรีเมียมนั้น นอกจากการคัดสรรคุณภาพผลไม้ที่ดี การรับประกันความพึงพอใจให้กับลูกค้า การจัดส่งที่รวดเร็วแล้ว ยุทธนาบอกว่า ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายข้อที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เขาพยายามคิดไว้ ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุม หรือแม้แต่ความคาดหวังของลูกค้าเอง ซึ่งผลไม้เป็นสินค้าธรรมชาติบางครั้งอาจตีความหมายที่แตกต่างกันออกไปได้ สิ่งที่ต้องทำ คือ ใส่ใจและรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า

 

“ธุรกิจเดลิเวอรี การจะทำทุกอย่างให้มีความเสถียรภาพไปได้ตลอด เป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะเราไม่รู้ว่าเส้นทางที่ไปส่งนั้นควรจะเอารถมอเตอร์ไซค์หรือรถใหญ่ไปดี ถนนอาจจะกำลังซ่อมแซมอยู่ไหม หรืออยู่ดีๆ ฝนอาจตกลงมา เราไม่สามารถรู้ได้เลย นี่คือ ความยากอย่างหนึ่ง หรืออย่างเรื่องรสชาติ บางทีเราว่าแบบนี้ คือ หวานของเราแล้ว แต่พอลูกค้ารับไปเขาบอกว่าไม่หวาน เราต้องหาจุดกึ่งกลางตรงนี้ให้เจอว่าแบบไหนที่ลูกค้าเรียกว่าหวาน แบบไหนเรียกว่าไม่หวาน หรือความหวานที่ว่านั้นเป็นหวานแบบใด รสชาติเป็นยังไง เราต้องเทรนพนักงานคอลเซ็นเตอร์ขึ้นมา เพื่อให้สื่อสารกับลูกค้าได้เข้าใจ”

 

 

“อีกเรื่องคือ การเก็บรักษา ถึงแม้เราจะพยายามแนะนำกับลูกค้าว่าควรเก็บรักษายังไง ต้องใส่ตู้เย็นไว้ตลอดนะ แต่บางครั้งอาจเกิดความผิดพลาดได้ เช่น ลูกค้าสั่งให้ไปส่งที่ออฟฟิศตั้งแต่ 8 โมงเช้า แต่กว่าเขาจะกลับถึงบ้านเดินทางไปไหนต่อไหนก็เย็นแล้ว ผลไม้อาจเละได้ ซึ่งตรงนี้หากลูกค้าติดต่อมา เราไม่สามารถไปบอกกับลูกค้าได้ว่า เป็นเพราะคุณเก็บรักษาไม่ดีหรือเปล่า เราต้องยินดีรับคืนเสมอ อาจมีการถามนิดนึงว่าเขาเก็บรักษายังไงหรือถ่ายรูปมาให้ดูหน่อย ซึ่งสุดท้ายแล้วถ้าลูกค้าไม่พึงพอใจ เราก็ต้องยอมชดเชยให้ เพราะเราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ความผิดทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราจะไม่โทษลูกค้า แต่จะมองที่ตัวเองก่อนว่า เราสื่อสารกับลูกค้าดีพอหรือยัง และกลับมาทำงานให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด เช่น อาจทำป้ายแท็กที่ตัวสินค้าเพิ่มขึ้นมา เพื่อบอกถึงวิธีการเก็บรักษา หรือให้คอลเซ็นเตอร์โทรย้ำอีกทีตั้งแต่แรก”

 

 

จากที่ได้ฟังมาจึงอาจกล่าวได้ว่า ผลไม้ทุกชนิดที่ส่งตรงมาจาก aDay Fresh นั้น อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่คุณภาพของตัวสินค้าเองเท่านั้น แต่ยังเป็นคุณภาพจากการบริการที่ใส่ใจแม้เพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นด้วย

 

“หลังจากที่เราเริ่มทำขึ้นมา ก็เริ่มมีเจ้าอื่นๆ เข้ามาทำมากขึ้น ทั้งที่จากแต่ก่อนไม่มีใครทำเลย มีเราทำเป็นเจ้าแรก ถ้ามองเผินๆ อาจดูเหมือนง่าย แค่ไปคัดสินค้าแล้วเอามาส่ง แต่จริงๆ แล้วมันเป็นงานบริการที่ต้องอาศัยใจ ความทุ่มเท และการสังเกตอย่างมากว่าลูกค้าเราต้องการอะไรแบบไหน กับลูกค้าเจ้าหนึ่ง หลังจากสั่งซื้อแล้ว เราโทรคุยกับเขาไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง บอกล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปส่งนะ ก่อนเข้าไปส่งจริงก็โทรบอกอีกทีว่ากำลังไปส่งแล้วนะ หลังไปส่งก็โทรสอบถามว่ารสชาติเป็นยังไงบ้าง มีรายละเอียดซ่อนอยู่ค่อนข้างเยอะ ทำให้ตอนนี้กลายเป็นว่าเหลืออยู่เพียงไม่กี่เจ้า เพราะการทำให้ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณต้องทุ่มเทจริงๆ ซึ่งการตลาดที่ยั่งยืน จะทำแต่ลดราคาไม่ได้  ต้องทำ Branding และรักษามาตรฐานไว้ให้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องมาจากความทุ่มเท ความสม่ำเสมอ และเต็มร้อยตลอด”

 

 

นอกจากความทุ่มเท ใส่ใจ คัดสรรคุณภาพสินค้าที่ดีแล้ว ยุทธนาได้เปิดเผยเคล็ดลับการทำธุรกิจผลไม้เดลิเวอรีให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องเริ่มต้นดีมาตั้งแต่ต้นทาง

 

“ทุกอย่างจะดีได้ ต้องเริ่มต้นดีมาตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การคัดเลือกผลไม้ ซึ่งแม้แต่การคัดผลไม้เอง แต่ละคนก็มองไม่เหมือนกัน ตลาดไทอาจมองว่าแบบนี้ยังกินได้อยู่ แต่พอไปถึงลูกค้า ลูกค้ามองว่าแบบนี้คือไม่สวยนะ มาตรฐานก็ไม่เท่ากันอีก ซึ่งถ้าเราคัดมาไม่ดีตั้งแต่แรก ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง คือ คูณสองเลย ทั้งค่าต้นทุนที่ต้องเสียไป ค่าบริหารจัดการ ค่าขนส่ง ดังนั้นคือต้องดีตั้งแต่ต้นทาง อีกอย่างที่ทำให้เราเติบโตมาได้ คือ การสร้างความแตกต่าง พยายามหาสินค้าแปลกใหม่เข้ามานำเสนอลูกค้า ซึ่งก็เป็นจุดประสงค์อย่างหนึ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกที่เริ่มทำธุรกิจอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง เชอรี่ 36 ซึ่งเป็นเชอรี่ไซส์ใหญ่ที่สุดในโลก เราก็เอามาขาย ตลาดทั่วไปไม่มี เพราะราคาค่อนข้างแพง ไม่มีใครกล้าเอามาขาย แต่เรากล้า เพราะเราเชื่อว่าเรามีฐานลูกค้าที่มีความต้องการตรงนี้อยู่” ยุทธนา กล่าวทิ้งท้าย

 

 

เปิดสูตรลับทำธุรกิจเดลิเวอรีผลไม้ สไตล์ aDay Fresh

บทความแนะนำสำหรับท่าน

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ