เปิดเคล็ด(ไม่)ลับความสำเร็จ ราชันแห่งรองเท้า Jimmy Choo

เปิดเคล็ด(ไม่)ลับความสำเร็จ ราชันแห่งรองเท้า Jimmy Choo

สร้างแรงบันดาลใจ

SCB SME

SCB SME

25 เม.ย. 2018, 12:12 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Highlight: นักออกแบบรองเท้า แฟชั่นนิสต้า จิมมี่ ชู jimmy choo ธุรกิจรองเท้าแฟขั่น

 

เชื่อว่าบรรดาแฟชั่นนิสต้าทั้งหลายที่สะสมรองเท้าจะต้องรู้จัก “จิมมี่ ชู” นักออกแบบและช่างตัดรองเท้าต้นตำรับแบรนด์หรู “Jimmy Choo” เด็กหนุ่มจากปีนัง มาเลเซียผู้เกิดในครอบครัวช่างทำรองเท้า หลังจบการศึกษาที่วิทยาลัยแฟชั่นในลอนดอน จิมมี่ ชู เลือกปักหลักทำธุรกิจในอังกฤษ จากร้านรองเท้าทำมือเล็กๆ ได้สร้างชื่อเสียงจากงานออกแบบและผลิตรองเท้าราคาแพง แต่พิถีพิถันจนส่งผลให้บรรดาบุคคลชั้นสูงในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกราชวงศ์ยุโรป หรือนักร้อง นักแสดงทั้งหลายตบเท้าเป็นลูกค้าประจำ 

 

 

แม้ปัจจุบัน ธุรกิจรองเท้าแบรนด์ Jimmy Choo จะเปลี่ยนมือไปอยู่ในการบริหารของหลานสาว แต่จิมมี่ ชูซึ่งอยู่ในวัย 70 ก็ยังได้รับการจดจำว่าในฐานะต้นกำเนิดแบรนด์ดัง พร้อมๆ กับการได้มาซึ่งฉายา King of Footwear หรือราชันแห่งรองเท้าอันเนื่องมาจากฝีมือการออกแบบและตัดเย็บรองเท้าที่หาใครเลียนแบบยาก โดย  6 สิ่งที่จิมมี่ ชู ยึดมั่นในการปฏิบัติจนทำให้ร้านรองเท้าทำมือเล็กๆ ในลอนดอน กลายเป็นแบรนด์ที่รู้จักไปทั่วโลก ประกอบด้วย

 

1.ต้องมีความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม สนับสนุนพรสวรรค์ของผู้อื่น และสนุกกับสิ่งที่ทำ จิมมี่ ชูมักเดินทางรอบโลกเพื่อค้นหาคนหนุ่มสาวที่มีความสามารถในการออกแบบและตัดรองเท้า อย่างอิลลิซ่า โฮ หัวหน้าดีไซเนอร์ที่เคยทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยออกแบบให้เขา ปัจจุบันก็ทำแบรนด์รองเท้าของตัวเองในมาเลเซีย นอกจากนั้น จิมมี่ ชูยังเปิดคลาสที่มหาวิทยาลัยเคอร์ติน ในออสเตรเลีย เพื่อสอนดีไซเนอร์รุ่นใหม่เกี่ยวกับการทำรองเท้า “มันยากที่จะประสบความสำเร็จหากคุณไม่สร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ หรือไม่รักในสิ่งที่ทำ ผมไม่กลัวว่าเด็กรุ่นใหม่จะลอกเลียนแบบดีไซน์ แนวคิดหรือแรงบันดาลใจจากผม แต่ไม่อยากเห็นพวกเขาหยุดนิ่งและไม่มีดีไซน์ใหม่ๆ ออกมา” 

 

2. โครงสร้างที่แข็งแรงย่อมมาจากรากฐานอันแข็งแกร่ง ในการผลิตรองเท้าดีๆ จะต้องมีพื้นความรู้ที่แน่น หลักการนี้สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ สำหรับผู้ประกอบการ การยืนหยัดอยู่บนหลักการ ความเชื่อ และวัตถุประสงค์จะไม่ทำให้ไขว้เขวเมื่อต้องเผชิญอุปสรรคหรือความยากลำบาก “เวลาออกแบบรองเท้า ผมทำตัวเหมือนสถาปนิกรองเท้าจะต้องสวย แฝงความเป็นศิลปะ รองเท้าเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญ หากรากฐานไม่ดีก็ส่งผลให้ทรงตัวลำบาก”

 

 

3.  ทำตัวเหมือนน้ำไม่เต็มแก้วและกระหายความรู้อยู่ตลอดเวลา ช่วงใช้ชีวิตวัยเยาว์ในมาเลเซีย เวลาว่างของจิมมี่ ชู มักหมดไปกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ กระทั่งประสบความสำเร็จจากการเป็นดีไซเนอร์รองเท้าระดับโลก เขาก็ยังไม่หยุดแสวงหาความรู้ “ผมไม่เคยมองว่าตัวเองประสบความสำเร็จ การคิดเช่นนั้นกระตุ้นให้ผมเป็นนักเรียนที่ดี หมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เรื่อยๆ” 

 

4. ทำประโยชน์เพื่อสังคม ที่นิยมสุดอาจเป็นการบริจาคทุนให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ ขณะเดียวกันก็สามารถถ่ายทอดความรู้ความชำนาญให้กับคนรุ่นหลัง จิมมี่ ชู เองก็กำลังอยู่ระหว่างการก่อตั้งสถาบันทั่วโลกที่เรียนสอนเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตรองเท้า โดยสาขาแรกจะเปิดทำการในมาเลเซีย “ทุกวันนี้ผมยังทำงานออกแบบรองเท้าซึ่งเป็นสิ่งที่ผมขาดไม่ได้ ผมยังฝึกเด็กรุ่นใหม่และทำงานกับพวกเขาอย่างใกล้ชิด”

 

 

5. ถือคติสอนให้คนตกปลา ดีกว่ายื่นปลาให้พวกเขา การมีวิชาความรู้ติดตัวเป็นเครื่องมือที่ใช้แสวงหารายได้ในภายหลังได้ “ตอนผมยังเด็ก คุณพ่อของผมไม่เคยบังคับให้ผมออกแบบหรือตัดรองเท้าเลย แต่พ่อพูดแค่ว่าถ้าผมมีทักษะอย่างใดอย่างหนึ่ง มันจะกลายเป็นอาชีพติดตัวไว้ใช้หาเงินไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็ตาม แล้วพ่อก็แนะนำให้เลือกเรียนสิ่งดี ๆ สิ่งนั้นคือการออกแบบและตัดรองเท้า” 

 

6. ออกเดินทางและสำรวจโลก นี่ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งให้ตัวเอง จิมมี่ ชู เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งในฐานะทูตการท่องเที่ยวมาเลเซีย เขาต้องเดินทางแทบทุกเดือน ไม่ใช่แค่เดินทางเพื่อธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการเป็นวิทยากรหรือพูดคุยกับคนฟังในงานสัมมนา การเดินทางยังให้จิมมี่ ชู ได้มาซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบรองเท้าอีกด้วย ไม่ว่าจะจากวัฒนธรรม จากสถาปัตยกรรม และจากผู้คนในประเทศต่าง ๆ   

 

ที่มา

https://leaderonomics.com/leadership/choo-and-his-shoes

https://vulcanpost.com/365901/6-lessons-jimmy-choo-top-shoe-designer/

 

เปิดเคล็ด(ไม่)ลับความสำเร็จ ราชันแห่งรองเท้า Jimmy Choo

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ