เร่งปั้นดีไซเนอร์ไทย สร้างมูลค่าเพิ่มตอบโจทย์โลกดิจิทัล

เร่งปั้นดีไซเนอร์ไทย สร้างมูลค่าเพิ่มตอบโจทย์โลกดิจิทัล

ข่าว SMEs

SCB SME

SCB SME

4 พ.ย. 2017, 15:25 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Highlight: เดินหน้าปั้นผู้ประกอบการสร้างสรรค์ของไทยแข่งขันในเวทีโลก พร้อมแนะปรับตัวเข้าตลาดออนไลน์

 

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการไทยใช้ความคิดสร้างสรรค์ สร้างความต่างสู้คู่แข่ง ผ่าน 2 โครงการใหญ่ Designers' Room และ Talent Thai พร้อมแนะปรับตัวรับการค้ายุคใหม่ในการก้าวสู่ตลาดดิจิทัล

 

ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มการซื้อขายสินค้า การผลิต และพฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยนไป ซึ่งการผลิตทุกคนสามารถมีเทคโนโลยีเหมือนกันได้ ต้นทุนการผลิตลดลงได้ ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นจุดขาย จึงต้องเป็นการต่อยอดเรื่องราววัฒนธรรมของตัวเอง โดยแข่งกันว่าจะใครต่อเติมได้ลึกซึ้งกว่ากัน

 

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า จึงได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งนักออกแบบออกเป็น 2 กลุ่มสินค้า คือ สินค้าแฟชั่น ภายใต้ชื่อ Designers' Room และสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้ชื่อ Talent Thai โดยปีนี้ได้จัดโครงการขึ้นภายใต้แนวคิด CREATIVITY BEYOND BORDERS เปิดมิติใหม่ของนักออกแบบไทย พร้อมก้าวเข้าสู่วงการออกแบบระดับโลกแบบไร้พรมแดนขวางกั้น

 

 

ทั้งนี้ จากการสำรวจกับผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ พบว่าเรื่องการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์มีส่วนถึง 30% ในการช่วยรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด หากประเทศไทยไม่พัฒนาเรื่องดังกล่าว การจะไปแข่งขันกับผู้ผลิตเวียดนามก็จะลำบาก หรือแม้แต่จีนก็เปลี่ยนแนวทางการผลิตที่เคยเน้นปริมาณ ผลิตสินค้าได้ถูกกว่าคนอื่น หันมาเน้นการต่อเติมเรื่องราวของวัฒนธรรม เพราะเป็นแนวโน้มที่ซื้อขายกัน เนื่องจากอนาคตคนจะเสพเรื่องของประสบการณ์ เรื่องราวของวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในการขายสินค้าและบริการ

 

อีกทั้งรูปแบบการค้าในปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเช่นกัน การค้าระหว่างประเทศไม่ใช่แค่การส่งออก เพราะตลาดในประเทศก็เป็นส่วนหนึ่งของการส่งออกด้วยผ่านการซื้อขายออนไลน์ หรือสินค้าที่วางในห้างขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ถือเป็นตลาดการค้าระหว่างประเทศเหมือนกัน ดังนั้น จึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดตามโลกที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่คิดแค่ผลิตเพื่อส่งออกอย่างเดียว

 

"ปัจจุบันร้านค้าน้อยลง ไปอยู่บนออนไลน์มากขึ้น เปลี่ยนรูปแบบการค้า มูลค่าค้าขายออนไลน์มหาศาลมาก สามารถทำการค้าออนไลน์ได้ง่ายมาก ผมเชื่อว่าโอกาสของผู้ประกอบการยุคใหม่มีมากกว่าสมัย 10-20 ปีที่แล้ว ดังนั้น รูปแบบการส่งเสริมและสนับสนุนนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลกก็จะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ด้วยเช่นกัน ตอนนี้จะมุ่งการทำตลาดผ่านออนไลน์มากขึ้น พยายามหาลูกค้าผ่านออนไลน์ให้ด้วย แพลตฟอร์มทั้งหลายที่จะมารองรับ"

       

สำหรับโครงการทั้ง 2 โครงการนี้ อยู่ภายใต้โครงการใหญ่ที่กรมพยายามส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรที่อยู่ในวงการการออกแบบให้เป็นมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมในเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการมากว่า 15 ปี สร้างนักออกแบบ (ดีไซเนอร์) หรือสร้างคนที่อยู่ในวงการนี้มากว่า 600 ราย โดยแต่ละปีจะรับได้ประมาณ 70-80 ราย แต่จะไม่เน้นรับนักศึกษา ผู้ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่เน้นในเรื่องของดีไซน์ เน้นในเรื่องการทำแบรนด์ของตัวเอง และต้องมีประสบการณ์ในเรื่องการทำตลาด ต้องขายสินค้าเอง หรืออยู่ในตลาด และอยากต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มออกสู่ตลาดต่างประเทศ

 

การดำเนินโครงการนี้เปลี่ยนทุกปีมีพัฒนาการต่อเนื่อง แล้วแต่สถานการณ์ เพราะแต่ละปีแต่ละกลุ่มมีความต้องการไม่เหมือนกัน กรมต้องพยายามประเมินว่าแต่ละปีผู้เข้าอบรมต้องการอะไรเป็นพิเศษ ในช่วงแรกทุกคนต้องการขายของ เป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว เข้ามาเพื่อต้องการหาลู่ทางในการขายสินค้า แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป สิ่งที่เขาต้องการคือ โอกาสที่จะเรียนรู้กลยุทธ์ใหม่ๆ เรื่องเทคโนโลยี เรื่องการทำตลาดใหม่ๆ ซึ่งกรมสามารถให้โอกาสตรงนี้ได้ ทำให้นำไปต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น 

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

เครือข่ายกับ SMEs ที่กล่าวถึงในบทความนี้

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ