แฟรนไชส์และขายตรง ต่างกันอย่างไร

แฟรนไชส์และขายตรง ต่างกันอย่างไร

การประกอบธุรกิจ

GlobalLinker Staff

GlobalLinker Staff

26 ก.ค. 2018, 10:00 — ใช้เวลาอ่าน 6 นาที

หากพูดถึงการทำธุรกิจที่เราสามารถเป็นเจ้าของได้โดยที่เราไม่ต้องคิดหรือต้องเริ่มต้นทั้งหมดด้วยตนเอง ก็จะเห็นว่ามีธุรกิจประเภทแฟรนไชส์หรือไม่ก็ธุรกิจขายตรงนี่แหละที่สามารถตอบโจทย์และน่าสนใจไม่น้อย หลายคนอาจมองว่าธุรกิจทั้งสองประเภทนี้มีรูปแบบคล้ายกัน โดยหลัก ๆ ก็คือจะมีบริษัทแม่เป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจนมีการขยายสาขาไปเรื่อย ๆ อาจมีการขยายไปถึงต่างประเทศด้วย แต่ทั้งคู่ก็ยังมีความแตกต่างกัน ฉะนั้นเรามาดูกันว่าระหว่างธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจขายตรงนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

 

ทำความเข้าใจธุรกิจแฟรนไชส์

สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นธุรกิจที่มีการขยายสาขาไปเรื่อย ๆ ทั้งประเภทสินค้าหรือบริการ เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจสำเร็จรูปโดยจะมีบริษัทแม่เป็นต้นแบบในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ มีทุกอย่างเตรียมไว้ให้เสร็จหมดแล้ว ธุรกิจนี้ช่วยคุณให้ไม่ต้องเสียเวลาสร้างแบรนด์ใหม่ให้เป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการของธุรกิจแฟรนไชส์ก็มีลูกค้าที่เป็นฐานอยู่แล้ว ขายได้ง่าย เพราะกลุ่มเป้าหมายมีความหลากหลาย ซึ่งสามารถช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าและอาจคืนกำไรได้อย่างรวดเร็ว มีความเสี่ยงน้อย แต่ก็ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนหนึ่ง

 

ตัวอย่างธุรกิจแฟรนไชส์ที่เติบโตเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่ในไทยที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น Starbucks มี 321 สาขา  Kumon มี 450 สาขา และ KFC มี 600 สาขา และที่น่าสนใจคือ 7-eleven ที่มีสาขาในไทยถึง 10,533 สาขา จากสาขาทั่วโลก 64,300 สาขา

 

ทำความเข้าใจธุรกิจขายตรง

พอได้ยินคำว่าธุรกิจขายตรง คนส่วนใหญ่ก็มักจะเบือนหน้าหนี แต่จริง ๆ ธุรกิจประเภทนี้ทำให้คุณเติบโตเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งธุรกิจขายตรงเป็นคำภาษาอังกฤษมาจากคำว่า  Multi-level marketing หรือ MLM คือบริษัทที่ขายสินค้าที่มี “ตัวแทน” เป็นผู้จำหน่ายสินค้า เงินกำไรจะมาจากการขายตรงของตัวแทนโดยที่ตัวแทนจะขายสินค้าควบคู่ไปกับการหาตัวแทนใหม่ ด้วยการทำงานเป็นทีม เพราะ “ตัวแทน” ก็คือ “สาขา” ของธุรกิจขายตรงนั่นเอง และตัวอย่างธุรกิจขายตรงที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัดคือ แอมเวย์ กิฟฟารีน ยูนิซิตี้ ซูเลียน นู สกิน เจอเนสส์ ซัมมิท ควีน และจอยแอนด์คอยน์ เป็นต้น

 

เชื่อหรือไม่ว่าธุรกิจขายตรงสามารถทำให้มีเงินหมุนเวียนภายในประเทศกว่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี คาดว่าจะมีการเติมโตขึ้นอีก 3-5% ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากเลยทีเดียว ธุรกิจขายตรงจะสร้างรายได้มาก แต่หากไม่ต่อยอดก็จะเป็นผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น

 

ความแตกต่างของธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจขายตรง

แม้ว่าในธุรกิจทั้งสองประเภทนี้จะมีความคล้ายกันในรูปแบบของการขยายสาขา แต่ความเหมือนก็มีความต่างสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์และธุรกิจขายตรง

  • ธุรกิจแฟรนไชส์มีทั้งสินค้าและบริการ แต่ขายตรงมีแค่การขายสินค้า

  • ธุรกิจแฟรนไชส์มีสาขาเป็น “ร้านค้า ทำเลที่ตั้ง” แต่ธุรกิจขายตรงมีสาขาเป็น “ตัวแทน”

  • ธุรกิจแฟรนไชส์ขยายสาขาด้วยทำเลที่ตั้ง แต่ในขณะที่ธุรกิจขายตรงขยายสาขาด้วยการเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่าย

  • ธุรกิจแฟรนไชส์มีหน้าร้านทำเลที่ตั้งที่ชัดเจน เคลื่อนที่ไม่ได้ แต่ธุรกิจขายตรงสามารถไปขายที่ไหนก็ได้ ไม่จำกัดสถานที่

  • ธุรกิจขายตรงไม่จำกัดเวลาการทำงาน อยากจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ กำไรจะมากขึ้นเรื่อย ๆ หากคุณขายสินค้าและขยายตัวแทนได้มากขึ้น

  • ความเสี่ยงของธุรกิจขายตรงจะมีน้อยกว่าธุรกิจแฟรนไชส์ เพราะไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ลงทุนแค่สินค้าที่จะต้องขายต่อเท่านั้น เพียงแต่ต้องขายสินค้าให้หมดเพื่อให้ได้กำไรมา

  • การลงทุนสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์จะใช้เงินมากกว่าธุรกิจขายตรง เนื่องจากมีค่าลิขสิทธิ ค่าทะเบียนการค้าของบริษัทแม่ การสำรวจ ทำเลที่ตั้ง และอื่น ๆ ซึ่งต่างจากธุรกิจขายตรงที่ใช้เงินลงทุนไม่มากก็สามารถทำธุรกิจได้ทันที

  • ธุรกิจแฟรนไชส์อาจใช้เวลาสักระยะตามแบบแผนของบริษัทแม่เพื่อคืนทุน เนื่องจากมีการลงทุนมากกว่าธุรกิจขายตรง ที่ลงทุนไม่มากและสามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว

  • ธุรกิจขายตรงมีความเป็นอิสระมากกว่า จะขายเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องเป็นไปตามแบบแผนของบริษัทแม่

  • หากต้องขยายธุรกิจขายตรงเป็นไปได้ง่ายและเร็วกว่า เพราะเพียงแค่คุณเพิ่มจำนวนของตัวแทนก็สามารถขยายได้แล้ว หากเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ต้องพิจารณาหลายปัจจัยรวมถึงพิจารณาด้านเงินทุนด้วย

  • ธุรกิจขายตรงมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ในขณะที่ธุรกิจแฟรนไชส์อาจต้องใช้ระยะเวลาแต่เป็นได้กำไรในระยะยาว

 

อย่างไรก็ดีหากคุณต้องการหรือสนใจเลือกทำธุรกิจจากทั้งสองประเภทนี้ นอกเหนือจากการพิจารณาปัจจัยข้างต้นแล้ว ให้เลือกพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการเติบโตของบริษัทแม่ ศึกษาเรื่องการเงินและความสำเร็จในระยะยาว ลองดูความนิยมของผู้ซื้อที่มีแนวโน้มว่าจะพัฒนาต่อยอดให้คุณมีผลกำไรที่ดีได้

 

หากคุณต้องการทำธุรกิจแฟรนไชส์คงต้องเตรียมเงินทุนไว้เพราะธุรกิจแฟรนไชส์ต้องใช้เงินตั้งต้นสูง แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความเสี่ยงเพราะมีแผนธุรกิจของบริษัทแม่การันตีความสำเร็จได้จากสาขาอื่น ๆ แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการคืนทุน ต้องอดใจรอ อย่างไรก็ตามธุรกิจแฟรนไชส์จะมีผลกำไรในระยะยาว

 

สำหรับธุรกิจขายตรงไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ไม่ต้องมีหน้าร้านและทำเลที่ตั้ง ทำให้เริ่มธุรกิจได้ง่ายกว่า ได้กำไรเร็วมากหากคุณมีคอนเนคชั่นเยอะ ๆ สามารถขยายธุรกิจได้เร็ว อย่างไรก็ตามคุณต้องพิจารณาถึงบริษัทแม่ให้รอบคอบในแง่ของความน่าเชื่อถือและตัวสินค้าด้วย หากไม่ใช่เป้าหมายและไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจริง ๆ อาจทำให้ธุรกิจไปต่อได้ยาก

 

จริง ๆ ทุกคนสามารถที่จะเลือกทำธุรกิจทั้งสองประเภทนี้ได้ เพราะอาชีพ อายุ หรือปัจจัยอื่นไม่ได้มีผลต่อธุรกิจ เพียงแต่คุณจะต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ถ้ายังไม่มีทุนมากเท่าไหร่อาจจะเริ่มทำธุรกิจขายตรงก่อน พอเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง ค่อยเริ่มมาทำธุรกิจแฟรนไชส์ก็ยังทัน

 

แฟรนไชส์ “เริ่มไม่ง่าย ทำได้ ต้องใจเย็น”

VS

ขายตรง “เริ่มง่าย ทำง่าย ล้มก็ได้”

แฟรนไชส์และขายตรง ต่างกันอย่างไร

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

บทความอื่น ๆ ที่เขียนโดย GlobalLinker Staff

ดูทั้งหมด

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ