10 ธุรกิจความงามและสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การลงทุน

10 ธุรกิจความงามและสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การลงทุน

แรงบันดาลใจ SME

GlobalLinker Staff

GlobalLinker Staff

20 ม.ค. 2020, 10:00 — ใช้เวลาอ่าน 9 นาที

10 ธุรกิจความงามและสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การลงทุน 

การดูแลตัวเองให้ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันคนไทยหันมาสนใจเรื่องความสวยความงาม และเรื่องสุขภาพมากขึ้น ปัจจัยที่มีส่วนทำให้ความต้องการในการซื้อมีมากกว่าแต่ก่อน นั้นอาจมาจากความเป็นเมืองที่เริ่มเข้าสู่สังคมไทยอย่างแพร่หลาย มีแนวโน้มว่า 2 เทรนด์นี้ จะยังคงอยู่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ยากที่จะซบเซาลงไป ลองมาดูกันว่า ธุรกิจอะไรบ้างที่ควรค่าแก่การลงทุนในยุคนี้ 

1. ธุรกิจศัลยกรรมความงาม 

ทุกวันนี้ การศัลยกรรมเสริมความงามมีการเปิดกว้าง เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ เมื่อมีเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามามีบทบาท ทำให้ผู้คนตัดสินใจทำศัลยกรรมความงามได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกประเทศทั่วโลก จากการสำรวจของ International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS; สมาคมศัลยกรรมความงามนานาชาติพบว่า ประเทศที่มีการทำศัลยกรรมความงามสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ธุรกิจเสริมความงามของไทย มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 10 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าการทำศัลยกรรมเสริมความงามในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้ที่ทำศัลยกรรมความงามส่วนใหญ่มองว่านี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา ตัวเลขของกลุ่มผู้บริโภคด้านศัลยกรรมความงามจึงเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ทำให้ธุรกิจศัลยกรรมความงามถือเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนมากเลยทีเดียว 

2. ธุรกิจ Botox หรือ Hifu 

อย่าพึ่งแปลกใจว่า Botox Hifu ต่างจากศัลยกรรมความงามในข้อ 1 อย่างไร ขอบอกว่า ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่า ในปัจจุบันนั้น มีกลุ่มผู้บริโภค ที่ไม่ได้เน้นทำศัลยกรรมเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้นมากมาย ผู้หญิงหลายคนโดยเฉพาะ วัยทำงานขึ้นไป อาจไม่ได้อยากแก้ไขใบหน้ามากมายนัก แต่เพียงแค่อยากหน้าเรียว ยกกระชับผิวหน้าบางจุด ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ให้ดูอ่อนกว่าวัย ซึ่ง Botox และ Hifu ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก ยิ่งในปัจจุบัน ราคานั้นลดลงมาพอสมควร คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย และอายุของ Botox และ Hifu นั้น มีระยะชั่วคราว ทำให้ลูกค้ามีการหมุนเวียนกลับมาทำซ้ำอยู่เสมอ ดังนั้น ธุรกิจ Botox หรือ Hifu นี้ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุน 

3. เปิดร้านทำสีผม 

ร้านทำผม เสริมสวยครบวงจรมีอยู่ทั่วไปทุกระดับ แต่ตอนนี้ ร้านทำผมที่กำลังมาแรงเลย คือ ร้านทำสีผมโดยเฉพาะ เมื่อโลกแฟชั่นได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน หนุ่มสาวออกมาทำสีผมหลากสีสันกันมากขึ้น และมักเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านที่ทำสีผมได้อย่างมืออาชีพ และมีคุณภาพ คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสีย การเปิดร้านทำสีผมโดยเฉพาะ นอกจากจะประหยัดงบในการลงทุนเรื่องวัสดุอุปกรณ์แล้ว ยังไม่ต้องจ้างช่างที่มีความสามารถหลากหลายให้ต้องจ่ายราคาแพงอีกด้วย  

4. ธุรกิจ บริการทำเล็บ 

ถึงแม้ว่าตอนนี้มองไปทางไหน ก็จะเห็นร้านทำเล็บเต็มไปหมด แต่เชื่อไหมว่า ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เนื่องจากการทำเล็บต้องใช้เวลาพอสมควร ทำให้ร้านทำเล็บ 1 ร้าน ต้องรับลูกค้าจำนวนจำกัดต่อ 1 วัน หากพูดถึงความสวยความงาม ผู้หญิงต้องการความเป๊ะตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะฉะนั้น จะมองข้ามขั้นตอนการทำเล็บไปไม่ได้เลย และปัจจุบันนี้ อุปกรณ์ทำเล็บราคาไม่สูงมาก รายได้มักจะมาจากค่าฝีมือ หากมีช่างที่ทำเล็บได้สวยถูกใจลูกค้า ค่าบริการอาจปรับเพิ่มได้ตามคุณภาพของลวดลาย และความคงทนของสีและวัสดุอุปกรณ์ติดเล็บ 

5. ธุรกิจสกินแคร์ 

หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์สกินแคร์ล้นตลาด จนอาจเป็นไปได้ยากที่จะทำให้แบรนด์เกิด แต่ในความเป็นจริง ความต้องการของผู้บริโภค ไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ยึดติดแบรนด์น้อยลง ซึ่งการที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้สกินแคร์นั้น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อแบรนด์ที่ติดหูเสมอไป แต่หากสินค้าคุณภาพดี และ ได้รับการรีวิวมากพอสมควร แบรนด์นั้นจะสามารถทำกำไรได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว 

6. ธุรกิจเครื่องสำอางค์ 

เช่นเดียวกันกับสกินแคร์ ผู้บริโภคชอบลองสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ โดยเฉพาะเครื่องสำอางค์ ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับแบรนด์ที่เคยมีอยู่แล้ว ผู้บริโภคก็ต้องการเปรียบเทียบความต่างอยู่ตลอดเวลา เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะกับตนเองมากที่สุด เชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยมีอัตราการส่งออกเครื่องสำอางค์ไปยังต่างประเทศแบบก้าวกระโดด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 18% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ตลาดส่งออกอีก 40% มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกให้กับประเทศเพื่อนบ้านใน AEC และตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะเติบโตในตลาดจีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเครื่องสำอางค์ประเภทสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมจากคนจีนเป็นจำนวนไม่น้อย 

7. ธุรกิจอาหารคลีน 

เทรนด์ความงามมักมาคู่กับสุขภาพเสมอ เมื่อสวยจากภายนอกแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะสวยจากภายในด้วย ยุคนี้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นจนเรียกได้ว่า เป็นไลฟ์สไตล์หลัก ของคนยุคนี้กันแล้ว ต้องออกกำลังกาย กินของดีมีประโยชน์ และของดีมีประโยชน์ที่ว่านี้ สิ่งแรกที่อาจเข้ามาในหัวของทุกคน ก็คืออาหารคลีนนั่นเอง อาหารคลีนนั้นเป็นการทำอาหารให้ผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด ไม่เน้นปรุงรส แต่เน้นคุณภาพ และคุณประโยชน์ของวัตถุดิบเป็นหลัก แน่นอนว่าสังคมเมืองในปัจจุบัน ที่มีแต่ความเร่งรีบรวดเร็ว และต้องการสะดวกสบายเป็นสำคัญ อาจไม่มีเวลามานั่งพิถีพิถันเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีได้ ธุรกิจอาหารคลีน จึงค่อนข้างมาแรงในตอนนี้ และเป็นการทำที่ง่ายแสนง่าย เพราะสูตร หรือรสชาติ ไม่ได้เน้นมากมายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องจำสูตรไม่ได้ แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ และต้องแข่งขันกัน อาจเป็นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ และการตกแต่งหน้าตาอาหารให้น่ากินเสียมากกว่า มั่นใจได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพ จะยังคงอยู่กับคนไทยไปอีกนาน ดังนั้นธุรกิจอาหารคลีนจึงเป็นธุรกิจที่ควรค่าแก่การลงทุนเช่นเดียวกัน 

8. ธุรกิจอาหารเสริม 

กินอาหารอย่างเดียวคงไม่เพียงพอต่อการบำรุงร่างกาย ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงสนใจตัวช่วยอย่างอาหารเสริม บางคนเห็นหัวข้อนี้แล้วอาจรู้สึกว่าไม่จริง ธุรกิจอาหารเสริมพังกันไปเป็นแถบ ควรค่าแก่การลงทุนซะที่ไหน แต่หากดูให้ดี ธุรกิจอาหารเสริม ที่พังไม่เป็นท่านั้น เกิดมาจากการที่คุณภาพสินค้า ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ สังเกตได้ว่า แบรนด์ที่เห็นผลดีจริง มักได้รับการตอบรับที่ดี และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในยุคที่ผู้คนหันมาสนใจด้านสุขภาพ แต่ไม่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ได้ ธุรกิจอาหารเสริมจึงตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบัน 

9. ชุดออกกำลังกาย 

เทรนด์การอยากมีสุขภาพดี ขาดการออกกำลังกายไม่ได้อยู่แล้ว แบรนด์ชุดออกกำลังกายเกิดขึ้นมากมาย ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องตามหาซื้อแบรนด์กีฬาชื่อดังเสมอไป จากการสำรวจพบว่า การเลือกใส่ชุดออกกำลังกายที่สวยงามนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนอยากไปออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจชุดออกกำลังกายจึงควรค่าแก่การลงทุนไม่แพ้ธุรกิจอาหารคลีนเลย 

10. ธุรกิจสปา หรือนวดแผนไทย 

การทำสปา หรือการนวดแผนไทยนั้น เป็นที่นิยมในนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก และไม่ได้นิยมแค่ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า คนไทยเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น การนวดหรือการทำสปา จึงเริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะการนวดและการทำสปา ถือว่าเป็นการผ่อนคลายความเครียด และเป็นการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่ง และธุรกิจนี้มีแนวโน้มว่าจะยังคงเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การลงทุนไปกับธุรกิจสปา หรือนวดแผนไทย นั้นมีความคุ้มค่าอยู่มาก  

 

ตลาดความงามและสุขภาพนั้นมีการแข่งขันสูง ผลกำไรมากน้อยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดของธุรกิจเสมอไป เพราะความสำเร็จ ผลกำไรที่ดี นั้นมาจาก “ต้นทุนการผลิต” และ “กลุ่มเป้าหมาย ฐานลูกค้า” ในสภาพตลาดที่มีการแข่งขันกันสุดฤทธิ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน ต้องมีระบบการวางแผนและการจัดการที่ดี เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจของตนเติบโตไปได้ด้วยดี เพราะถึงแม้สินค้า และบริการจะอยู่ในความต้องการของผู้บริโภคมากแค่ไหน แต่ถ้าหากมีการจัดการที่ไม่ดี ธุรกิจของคุณก็สามารถพังไม่เป็นท่าได้เหมือนกัน  

Comments

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

พบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่? สามารถค้นหาเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้ใน จุดประกาย SME

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ