ANONA ส่งยักษ์มัดใจลูกค้า ทำแบรนด์สมุนไพรหอมระเหยติดตลาด

ANONA ส่งยักษ์มัดใจลูกค้า ทำแบรนด์สมุนไพรหอมระเหยติดตลาด

ไอเดียและนวัตกรรม

SCB SME

SCB SME

5 ก.พ. 2018, 09:52 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: ตุ๊กตุ๊กหลบไป ANONA ขอส่งความเป็นไทยผ่านยักษ์สมุนไพรหอมระเหย ทำความรู้จักกับนักท่องเที่ยว

 

ด้วยความโดดเด่นของตัวบรรจุภัณฑ์ที่หยิบเอารูปยักษ์ที่เราเคยเห็นตามวรรณคดีมาเป็นตัวชูโรง ทำให้วันนี้หลายๆ คนหันมาให้ความสนใจในตัวสมุนไพรหอมระเหยแบรนด์ ANONA ที่ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าชาวต่างชาติเท่านั้น ยังได้ใจคนไทยด้วยกันอีกด้วย

 

ด้วยใจรักในศิลปะและความเป็นไทย สุพิชชา กอเจริญพาณิชย์ เจ้าของแบรนด์ ANONA บอกว่า เริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่ปีที่แล้วด้วยความตั้งใจที่จะทำผลิตภัณฑ์ที่เน้นความเป็นไทยเพื่อขายชาวต่างชาติให้ซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ จึงเป็นที่มาของการทำสมุนไพรหอมระเหยโดยใช้ยักษ์มาเป็นตัวบรรจุภัณฑ์

 

 

“ที่จริงคิดถึงแพ็กเกจจิ้งหลายๆ แบบ แล้วก็ดูว่าอะไรที่มีความเป็นไปได้ ถ้าเป็นช้างหรือตุ๊กตุ๊ก มันค่อนข้างที่จะมีสินค้ารูปแบบนี้ออกมาเยอะอยู่แล้ว เราเลยอยากมีอะไรที่แปลกใหม่ ประกอบกับว่าเราจะทำเป็นขวดออกมาเลยต้องหารูปที่สามารถเข้ากับบรรจุภัณฑ์ได้ ก็เลยออกมาเป็นรูปศีรษะยักษ์ เนื่องจากพอทำเป็นขวดมันก็แมตช์กันพอดี ทั้งหมดเราเป็นคนดีไซน์เอง จริงๆ ดูแบบมาจากตามวัดทั่วไปแต่เราพยายามที่จะทำให้มันดูง่ายขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ได้มีรายละเอียดเยอะ หรือดูน่าเกรงขามเท่าของจริง เราเลยทำให้มันดูเฟรนด์ลี่มากขึ้น เพื่อที่คนเห็นแล้วจะรู้สึกว่าไม่น่ากลัว ดูน่ารักและสะสมได้”

 

นอกจากจะให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างตัวบรรจุภัณฑ์แล้ว ด้านเจ้าของแบรนด์ยังคำนึงถึงสิ่งที่อยู่ภายในอย่างตัวสมุนไพรไทยด้วย

 

“อย่างที่เราทราบกันดีว่าต่างชาติเขาชอบอะไรพวกนี้อยู่แล้ว อะไรที่เป็นไทยๆ เครื่องหอมไทยๆ เราก็ไปศึกษามาแล้วก็สร้างสรรค์ออกมาเป็นกลิ่น คือเราได้ทดลอง สอบถามและทำเซอร์เวย์ก่อนที่จะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ เริ่มแรกที่ทดลองกลิ่นก็ลองหลายๆ กลิ่น เอาไปให้คนโน้นคนนี้ดม ฝากให้คนที่เขาอยู่บริษัทต่างชาติไปให้คนต่างชาติดม เราอยากได้กลิ่นที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ตอนแรกเราทำออกมา 2 กลิ่นคือ กลิ่นตะไคร้ที่เป็นยักษ์สีเขียวและกลิ่นน้ำมันระกำที่เป็นยักษ์สีแดง แต่พอได้รับการตอบรับที่ดีเราเลยมีการเพิ่มอีก 2 กลิ่น 2 สี ได้แก่ กลิ่นเปปเปอร์มินต์เป็นยักษ์สีน้ำเงิน และกลิ่นมะนาวที่เป็นยักษ์สีขาว”

 

 

เพราะการทำธุรกิจต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้ สุพิชชา เน้นไปที่ลูกค้าต่างชาติชาวเอเชียที่นิยมซื้อของที่ระลึกและของฝากกลับไปเป็นจำนวนมาก

 

“ตลาดต่างชาติที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเอเชีย เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จริงๆก็อยากเปิดตลาดใหม่ไปที่ตลาดอื่นๆอย่างยุโรป ข้อจำกัดคือพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นกลุ่มที่ชอบซื้อของฝากหรือซื้อทีละเยอะๆเหมือนกลุ่มเอเชีย คือกลุ่มเอเชียอย่างคนจีนจะเน้นซื้อเยอะๆ เน้นซื้อไปฝาก คนยุโรปแบบแบ็กแพ็กเขาก็ไม่ได้อยากมาขนหรือซื้ออะไรมากมาย เขาอาจจะซื้อบ้างชิ้นสองชิ้นแต่อาจจะซื้อไม่เยอะ”

 

วิธีการทำตลาดของแบรนด์แน่นอนว่าต้องเริ่มจากการขายออนไลน์ทั้งบนหน้าเว็บไซต์ เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเข้าถึงลูกค้าได้เร็วที่สุด หลังจากนั้นก็เริ่มมีการเอาไปฝากวางขายตามร้านเป็นการสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง จนปัจจุบัน ANONA มีการวางขายที่ร้านนายอินทร์มากกว่า 20 สาขา ขณะเดียวกันก็เริ่มวางขายที่สนามบินสุวรรณภูมิ Terminal 21 เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เซ็นทรัล พาราไดซ์ พาร์ค และฟิวเจอร์รังสิต นอกจากนี้ ยังมีที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และตามสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์

 

“ตอนแรกเราเริ่มจากออนไลน์เพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แม้ไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง การฝากขายตามร้านต่างๆก็ทำให้คนเริ่มเห็น เริ่มรู้จักสินค้าเรามากขึ้น มันก็จะเป็นการตลาดแบบปากต่อปาก บางทีคนก็ซื้อไปแจกก็เหมือนกับเป็นการขยายฐานลูกค้าให้เรา”

 

 

นอกจากนี้แล้วยังมี Influencers ชาวต่างชาติอย่างเช่นกลุ่มคนไต้หวันเขียนรีวิวให้ ซึ่งทางแบรนด์ยังวางแผนที่จะใช้บริการของ Baidu Thailand ในการดีลกับ Influences ของทางประเทศจีนให้มาเที่ยวที่ไทยและรีวิวสินค้าตัวนี้เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนจีนมากขึ้น รวมถึงการใช้บล็อกเกอร์ด้านท่องเที่ยวเข้ามาช่วยสร้างการรับรู้ในตัวแบรนด์มากขึ้นอีกด้วย

 

มาถึงตรงนี้ สุพิชชา บอกว่าด้วยการที่มองตัวเองว่าเป็นสินค้าสมุนไพรหอมระเหยเราจึงไม่ได้เข้าไปแข่งกับสินค้าอย่างยาดมที่เน้นสรรพคุณเรื่องแก้อาการวิงเวียนศีรษะ โดยทางแบรนด์จะเน้นไปที่ความผ่อนคลายมากกว่า

 

“คือจริงๆเราไม่ใช่ยาดมเพราะเราไม่ได้มีสรรพคุณแก้อาการวิงเวียน เราจะเน้นที่ความผ่อนคลายมากกว่า เน้นความอโรม่าเพราะสินค้าเรามีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย ถ้าถามว่าเราไปเทียบกับตลาดยาดม จริงๆ มันมีเจ้าหลักๆ อยู่แล้ว เราไม่ได้วางตัวว่าจะไปแข่งกับเขา แต่เราพยายามจะสร้างความแตกต่าง สร้างจุดเด่นให้ตัวเองด้วยแพ็กเกจจิ้ง ด้วยกลิ่นและสรรพคุณที่ต่างออกไป เน้นเรื่องดีไซน์ เรื่องการเป็นของเก็บสะสมได้ หรือเป็นของฝาก ของขวัญมากกว่า”

 

เป็นอีกหนึ่งสินค้าแบรนด์ไทยที่สร้างเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน และน่าจะโดนใจลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยเลย

 

ANONA ส่งยักษ์มัดใจลูกค้า ทำแบรนด์สมุนไพรหอมระเหยติดตลาด

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ