Digital Marketing 2018 รู้ให้ทัน ปรับตัวให้ไว

Digital Marketing 2018 รู้ให้ทัน ปรับตัวให้ไว

การตลาด

SCB SME

SCB SME

16 ก.พ. 2018, 11:11 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: วันนี้การตลาดดิจิทัลไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ถ้าจะให้ชัวร์ ต้องรู้ให้ทันแล้วปรับตัวให้ไว

 

ยุคนี้ใครๆ ก็หันมาทำการตลาดดิจิทัลเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้น ดังนั้นให้เพื่อสามารถเข้าใจถึงการทำการตลาดดิจิทัลได้มากขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่แบรนด์ต้องตามเทรนด์ให้ทัน ว่าแต่เทรนด์ไหนจะมาแรงสำหรับปีนี้บ้าง มาฟังจากปากนักการตลาดอย่าง อนรรฆนาฏ ก้องพานิชกุล Chief Operating Officer  บริษัท YDM Thailand จำกัด ที่จะมาชี้เทรนด์ Digital Marketing 2018 ให้ผู้ประกอบการได้รู้กัน

 

สำหรับปีนี้เทรนด์การตลาดดิจิทัล มี 2 เทรนด์ที่มาแรงด้วยกัน เทรนด์แรกคือ การตลาดแบบใช้ Micro Influencers เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่ายุคนี้ผู้บริโภคไม่เชื่อแบรนด์ แต่จะเชื่อข้อมูลจากผู้ที่ใช้จริง อย่างเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนต้องบอกว่า Influencers อย่างดารา ศิลปินจะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมาก สามารถทำให้ผู้บริโภคซื้อของตามได้ แต่ในปัจจุบันบทบาทของคนพวกนี้จะลดลง เพราะผู้บริโภครู้ว่าพวกเขาถูกจ้างมา ความน่าเชื่อถือ หรือ Credibility เริ่มเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นวันนี้บทบาทของ Influencers คือการสร้างการรับรู้ หรือ Awareness เท่านั้น

 

ในขณะที่บทบาทของ Micro Influencers จะมีมากขึ้น เพราะคนจะเชื่อหรือซื้อสินค้าและบริการจากผู้ที่ใช้จริง เช่น เพื่อนแนะนำว่าสินค้านี้ดี ใช้แล้วเวิร์ก เราจะเชื่อเพื่อน เขาจะสามารถทำให้เราซื้อของตามได้ ซึ่งนักการตลาดต้องมีความสามารถและต้องเก่งพอที่จะรู้ว่า Micro Influencers คนไหนสามารถสร้างอิทธิพลให้กับสินค้าของตัวเองได้ ส่วนแบรนด์ก็ต้องมองให้ขาดว่า ใครคือคนที่เหมาะสมสำหรับการมาทำหน้าที่ตรงนี้

 

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงแน่นอน นั่นคือ Data is a big thing เพราะการรู้ข้อมูลทุกอย่างของลูกค้า นอกจากจะทำให้แบรนด์รู้ถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือรู้จักลูกค้าดีแล้ว ยังเปิดโอกาสในการสร้างสินค้าใหม่ๆ ได้ด้วย ที่ผ่านมาการทำการตลาดออนไลน์ จะไม่ได้มีการเชื่อมต่อหลายๆ ช่องทางเข้าด้วยกัน แต่ปัจจุบันเริ่มมีเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผู้บริโภคในแพลตฟอร์มต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมเป็นฐานข้อมูลเดียว ดังนั้นหากแบรนด์ไหนที่มีการรวบรวมข้อมูลของลูกค้าที่มีศักยภาพได้ก่อน และทำการวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ก่อน โอกาสที่จะเพิ่มยอดขายหรือทำให้เกิด Conversion ก็จะสูงกว่าแบรนด์อื่นด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า

 

“ที่ผ่านมาแต่ละแบรนด์ไม่มีการรวบรวมข้อมูลตรงนี้ เฟซบุ๊กก็เฟซบุ๊กไป ดูที่จำนวนไลค์ คอมเมนต์ แชร์ engagement เท่าไหร่ โพสต์ไหนมีคนสนใจ ส่วนของยูทูบก็ดูข้อมูลเฉพาะของยูทูบ อย่างยอดวิว เว็บไซต์ก็ดูเฉพาะส่วนของเว็บไซต์ว่ามีคนเข้ามาดูเท่าไหร่ คลิกปุ่มไหนเท่าไหร่ ไปหน้าไหน ถึงขั้นตอนไหน สรุปสุดท้ายแล้วขายได้เท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลมันกระจัดกระจายมาก ซึ่งเราจะทำแบบนี้ไม่ได้แล้วในปัจจุบัน เพราะคนเวลาเขามามีปฏิสัมพันธ์กับเพจเขาไม่ได้อยู่ที่เฟซบุ๊กอย่างเดียว เขาจะมีการข้ามแพลตฟอร์มไปเข้าเว็บไซต์ ไปเข้ายูทูบ ดังนั้นเราต้องตามเก็บข้อมูลคนพวกนี้ที่เข้ามา engage กับแบรนด์ของเราให้ได้มากที่สุด”

 

 

ถึงตรงนี้ อนรรฆนาฏ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จริงๆ แล้ว แบรนด์ต่างๆ มากมายยังมองว่าดิจิทัลเป็นแค่เครื่องมือ เช่น มองเฟซบุ๊กเป็นแค่เครื่องมือหนึ่ง โดยที่ไม่ได้มีการวางแผนงานดิจิทัลอย่างถูกต้อง ไม่ได้มองภาพใหญ่ว่าจริงๆ แล้วดิจิทัลทำอะไรได้บ้าง หรือมองว่าดิจิทัลสามารถตอบโจทย์ธุรกิจของเขาได้อย่างไร เพื่อที่จะวางกลยุทธ์เรื่องดิจิทัลให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจเขา ไม่ใช่เห็นคนอื่นหรือคู่แข่งทำ ก็ทำตามกัน ทั้งๆ ที่อาจไม่เหมาะกับตัวธุรกิจของเขา ดังนั้นแบรนด์ต้องมองภาพรวมของธุรกิจตัวเองก่อนว่า ปีนี้มีทิศทางไปทางไหน อีก 2 ปีจะไปทางไหน อะไรคือสิ่งที่คุณจะต้องทำการแก้ไข อะไรคือวัตถุประสงค์ของธุรกิจคุณ

 

สำหรับความยากของการทำการตลาดดิจิทัล หลายครั้งเป็นเรื่องของการปรับตัวที่ค่อนข้างช้า โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ ที่ยังเป็นคนรุ่นเก่าและมีความถนัดกับการทำการตลาดแบบเดิมๆ ซึ่งขาดความเข้าใจที่ลึกซึ้งในเรื่องของการตลาดแบบดิจิทัล และยังไม่กล้าลงทุนกับการทำการตลาดแบบนี้ เพราะคิดว่าจะใช้ material อย่างไรก็ได้ในการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งวันนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว material ต้องดีพอที่จะดึงดูดความสนใจของคน คุณจะมาหวังว่าถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือแล้วให้มันเป็นไวรัล ปล่อยคลิปแล้วดังมีโอกาสน้อยมาก ดังนั้นองค์กรต้องมองว่าดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่คุณจะต้องลงทุน และให้มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ หรือการตลาดที่ต้องมีการวางแผนอย่างลึกซึ้ง

 

ในท้ายนี้ นักการตลาด YDM Thailand ยังบอกด้วยว่า แบรนด์ไหนที่จะเข้ามาจับตลาดดิจิทัล คงต้องมีการทำวิจัยการตลาดมาดีๆ เพื่อให้รู้ว่าลูกค้าของเขาคือใคร และยิ่งเข้ามาในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ก็ยิ่งต้องหาว่าจุดขายของแบรนด์ว่าคืออะไร พร้อมทั้งต้องมีการวางงบประมาณที่เหมาะสม เรียกว่าการทำตลาดดิจิทัลยุคนี้ต้องมีการทำการบ้านมาดีพอสมควร เพราะไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อ 4 -5 ปีก่อน ตอนนี้ทุกคนหันมาสู้กันที่ออนไลน์หมด ถ้าไม่มีกลยุทธ์เด็ดจริง โอกาสที่จะแข่งขันได้ก็ค่อนข้างยาก

 

Digital Marketing 2018 รู้ให้ทัน ปรับตัวให้ไว

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ