Multi Asset ตอบโจทย์ลงทุนโลกผันผวน

Multi Asset ตอบโจทย์ลงทุนโลกผันผวน

การลงทุน

SCB SME

SCB SME

21 ก.ค. 2017, 17:56 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Highlights –  ตั้งแต่ต้นปี 2560 มานี้ ในโลกแห่งการลงทุนผันผวนจนทำให้นักลงทุนเวียนหัว สำหรับการจัดสรรเงินหรือจัดพอร์ตลงทุนให้ปลอดภัย หรือถ้าเจ็บตัวก็ไม่มาก ยามนี้ดูท่าจะเหมาะกับการกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น หรือเรียกว่า “มัลติ แอสเซ็ท” (Multi Asset)

ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ต้นปี 2560 มานี้ ในโลกแห่งการลงทุนผันผวนจนทำให้นักลงทุนเวียนหัว ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะมีปัจจัยเข้ามากวนบรรยากาศลงทุน และต้องให้น้ำหนักไปที่ปัจจัยต่างประเทศมากกว่าปัจจัยในประเทศ โดยปัจจัยต่างประเทศที่นักลงทุนเฝ้าติดตามมากที่สุด หนีไม่พ้นนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “โดนัลด์ ทรัมป์” ทั้งเรื่องการกีดกันทางการค้า นโยบายด้านภาษี นโยบายเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือเฟด และที่สำคัญที่สุดยังมีกรณีการโจมตีประเทศซีเรีย ด้วยการยิงขีปานาวุธโทมาฮอร์ก จนทำให้ทั่วโลกจับตาว่าจะเกิดสงครามหรือไม่ จนทำให้ราคาทองคำและราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น

สำหรับการจัดสรรเงินหรือจัดพอร์ตลงทุนให้ปลอดภัย หรือถ้าเจ็บตัวก็ไม่มาก ยามนี้ดูท่าจะเหมาะกับการกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น หรือเรียกว่า “มัลติ แอสเซ็ท” (Multi Asset) โดยทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้มีเงินลงทุนน้อย ผู้ที่ไม่มีเวลาลงทุนเอง ตลอดจนผู้ที่ขาดความรู้เรื่องการลงทุน การลงทุนผ่านกองทุนรวมน่าจะเป็นตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด

การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ผสมผสานในหลายสินทรัพย์นั้น มี 2 ประเภท ได้แก่ กองทุนรวมผสม (Balanced Fund) เป็นกองทุนรวมที่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน ประเภทต่างๆ ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือตราสารอื่นๆ แต่จะต้องมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนในขณะใดขณะหนึ่ง ไม่น้อยกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ และไม่เกินกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมนั้น กองทุนรวมประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง

กองทุนรวมผสมยืดหยุ่น (Flexible Portfolio Fund) คือ กองทุนรวมที่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ ได้ทุกประเภทเช่นเดียวกับกองทุนรวมผสม แต่ไม่มีข้อจํากัดเรื่องสัดส่วน การลงทุนในตราสารทุน ดังนั้น การจัดสรรเงินลงทุนระหว่างเงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือตราสารอื่นๆ จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจลงทุนของผู้จัดการกองทุนตามสภาวะตลาดในขณะนั้นๆ กองทุนรวมประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลาง

ยกตัวอย่างของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ออกกองทุนมัลติ แอสเซ็ทแล้วประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่ฮิตติดลมบน 

สมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ เผยว่า ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2560 กองทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนจำนวนมาก คือ กองทุนประเภทมัลติ แอสเซ็ท อินคัม ซึ่งเป็นกองทุนรวมผสมที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเน้นผสมสินทรัพย์ทั่วโลกเพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ สามารถตอบสนองความต้องการของนักลงทุนในเรื่องรายได้ระหว่างทาง และโอกาสในการรับผลตอบแทนตามเป้าหมายในระดับที่น่าพอใจตามประเภทสินทรัพย์และระยะเวลาที่ลงทุน จึงทำให้กองทุนประเภทดังกล่าวเติบโตอย่างต่อเนื่อง

                สมิทธ์กล่าวว่า กองทุนประเภทนี้สามารถทยอยลงทุนได้ในทุกช่วงสภาวะของตลาดและเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ เนื่องจากจะมีสัดส่วนของการลงทุนในหุ้นผสมอยู่ โดยกองทุนประเภทนี้เหมาะที่จะเป็นกองทุนหลักในพอร์ตการลงทุน เพราะมีการกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์และมีความผันผวนต่ำกว่าหุ้น แต่มีโอกาสการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาวสูงกว่าตราสารหนี้

ปัจจุบัน บลจ.ไทยพาณิชย์ มีกองทุนประเภทมัลติ แอสเซ็ท อินคัม ภายใต้การบริหารจำนวน 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลอินคัมพลัส (SCBGPLUS) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลอินคัม (SCBGIN) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ อินคัมพลัส (SCBPLUS) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ มัลติอินคัมพลัส (SCBMPLUS) 

 

บทความแนะนำสำหรับท่าน

Join a growing community of 300,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Join a growing community of 300,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ