Plant-based diet อาหารแห่งอนาคต

Plant-based diet อาหารแห่งอนาคต

เทคโนโลยี

GlobalLinker Staff

GlobalLinker Staff

16 ก.ย. 2019, 15:00 — ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

 

เทรนด์รักสุขภาพยังเป็นเทรนด์ที่ยังมาแรง นอกจากเรื่องของการออกกำลังกายแล้ว การเลือกกินอาหารก็ถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน และการกินอาหารเพื่อให้สุขภาพก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คือเทรนด์การกินอาหารแบบ Plant-based diet ที่ดูจะมาแรงมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ 

 

Plant-based diet คืออะไร? 

 

ก่อนอื่นคงต้องทำความรู้จักกับ Plant-based เสียก่อนว่าคืออะไร Plant-based เป็นอาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก โดยเป็นพืชอย่างน้อยราว 95% ไม่ใช่อาหารมังสวิรัติ ไม่ใช่อาหารเจ ไม่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา และไม่ใช่วีแกนที่นอกจากเรื่องของการกินแล้ว ไลฟ์สไตล์ของชาววีแกนยังตัดขาดจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ทุกชนิด และ Plant-based ยังไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจหรือการเมืองแต่อย่างใด เน้นที่การมีสุขภาพแข็งแรงและสภาพแวดล้อมที่ดีล้วน ๆ

 

Plant-based diet เป็นพฤติกรรมการกินที่ลดปริมาณเนื้อสัตว์และอาหารที่ผ่านการแปรรูป เน้นที่การกินพืชโดยพืชนั้นต้องไม่ผ่านการสกัดหรือขัดสี และไม่มีการแปรรูปใด ๆ สำหรับเนื้อสัตว์อาจไม่ได้เคร่งเครียดเหมือนวีแกน เพียงแค่ลดปริมาณการกินเนื้อสัตว์และอาหารแปรรูปให้น้อยลง อาจเลือกกินปลาแทนเนื้อได้บ้าง และไม่เน้นเฉพาะสารอาหารเพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นการผสมผสานสารอาหารที่หลากหลาย เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย 

 

อาหารแบบ Plant-based สามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

 

1. ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด ลูกเดือย

2. ถั่วชนิดต่าง ๆ  เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ งา อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน หรือถั่วเปลือแข็งต่าง ๆ 

3. ผลไม้ เน้นที่หาได้ง่ายตามฤดูกาล เช่น มะม่วง ฝรั่ง กล้วย ชมพู่ มะละกอ สับปะรด

4. ผักใบเขียวทุกชนิด เช่น ผักบุ้ง ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ตำลึง ฯลฯ

5. พืชตระกูลหัว เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เผือก บีตรูต หัวผักกาด ฯลฯ

 

Plant-based diet ดีต่อร่างกาย

 

เหตุผลที่ทำให้การกินอาหารแบบ Plant-based diet ได้รับความนิยมที่เพิ่มขึ้น นอกจากการช่วยทำให้มีสุขภาพที่ดี ยังมีผลการศึกษาว่ายังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs (โรคที่เกิดจากพฤติกรรม) หรือโรคเรื้อรังชนิดต่างๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็ง ช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะภายในร่างกาย เช่น โรคต้อกระจก ภาวะจอประสาทตาเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ รวมทั้งความเสื่อมต่อกระดูก หัวใจ ไต และตับ ป้องกันโอกาสที่จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นแบบเฉียบพลันได้ด้วย

 

Plant-based diet ดีต่อสภาพแวดล้อม

 

นอกจากเรื่องของสุขภาพแล้ว เรื่องของสภาพแวดล้อมก็ดูเหมือนจะถูกให้น้ำหนักไม่แพ้กัน เทรนด์การกินแบบ Plant-based diet เป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในโลกและดูว่าอาหารจากพืชกำลังจะกลายเป็นอาหารแห่งอนาคตด้วยเช่นกัน

 

Plant-based diet เป็นการลดการบริโภคเนื้อสัตว์จริง ๆ จึงเป็นวิธีหนึ่งในการลดปริมาณการทำปศุสัตว์ ซึ่งในกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมาก โรงฆ่าสัตว์ส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีการปล่อยของเสียออกสู่ธรรมชาติ เกิดเป็นมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศ อีกทั้งยังทำให้ดินเสื่อมสภาพเร็วจากการถางป่าเพื่อทำปศุสัตว์และปลูกพืชอาหารสัตว์ 

 

ที่สำคัญที่สุดคือทำปศุศัตว์นั้นจะเกิดปริมาณก๊าซมีเทนที่สูงมาก นอกจากนั้นยังมีไนตรัสออกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์จากการเลี้ยงสัตว์ สร้างก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่สูงมาก เป็นอันดับ 2 รองจากภาคพลังงาน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตเนื้อจากพืชแล้วใช้น้ำน้อยกว่า การเกิดก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่ามาก และพืชยังช่วยบำรุงคุณภาพดินอีกต่างหาก นี่ยังไม่รวมไปถึงเรื่องของความรุนแรงในการฆ่าสัตว์จริง ๆ 

 

การกินแบบ Plant-based diet มีโดยหลักการง่าย ๆ คือ ลดเนื้อสัตว์ เน้นผักและธัญพืช หากคุณสนใจก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะลองกินดู หรือจะลองมองหาลู่ทางการทำธุรกิจจากเทรนด์ของโลกเทรนด์นี้ก็คงต้องรีบลงมือแล้ว เพราะเริ่มออกตัวก่อนก็มีสิทธิ์ถึงเส้นชัยก่อนเช่นกัน

 

 

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ