Signature Blend Coffee ทางเลือกเพิ่มมูลค่าให้ร้านกาแฟ

Signature Blend Coffee ทางเลือกเพิ่มมูลค่าให้ร้านกาแฟ

โอกาสทางธุรกิจ

SCB SME

SCB SME

20 ก.พ. 2018, 11:02 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: อยากให้ร้านกาแฟแตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มได้ signature blend ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

 

นอกจากการเลือกใช้เมล็ดกาแฟทั่วไปที่มีอยู่ในท้องตลาดแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับร้านกาแฟ คือ การสร้างสูตรกาแฟเฉพาะในรูปแบบของตัวเอง หรือเรียกว่า signature blend coffee ขึ้นมา เพื่อสร้างคาแรกเตอร์ ความแตกต่างของร้านกาแฟ บ่งบอกตัวตนออกไปให้ลูกค้าได้รับรู้ ซึ่งในความจริงแล้วการสร้าง signature blend coffee มีความสำคัญ จำเป็นต่อการทำธุรกิจร้านกาแฟอย่างไร หากสนใจอยากมีรสชาติกาแฟของตัวเองบ้างจะต้องทำอย่างไร “มนัสชัย คงด่าน” เจ้าของโรงคั่วนามว่า Coffeebark Homeroaster จะมาให้คำแนะนำอย่างคนคั่วกาแฟให้ฟัง

 

Micro Coffee Roasters ยุคทองของคนกาแฟตัวเล็กๆ

ในช่วงปี 2018 นี้ คือ ยุคที่คนทำกาแฟสนุกมาก เพราะมีทุกอย่างพร้อมหมด เช่น โรงคั่วที่เป็นระดับ Micro Coffee Roasters เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ทุกร้านกาแฟสามารถลงรายละเอียดกับเมล็ดกาแฟที่ใช้ สร้างรสชาติกาแฟในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องสั่งผลิตในปริมาณมาก ก็สามารถมีรสชาติกาแฟของตัวเองได้ รวมไปถึงผู้นำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศเองก็เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้กาแฟมีทางเลือกมากขึ้น การทำร้านกาแฟในยุคนี้จึงมีความสนุกมากขึ้น เหมือนกับนักดนตรีที่มีเครื่องเล่นให้เลือกหลายชิ้น ทำให้สามารถเล่นได้ทุกคีย์ทุกโน้ต หรือจิตรกรวาดรูปที่มีอุปกรณ์ให้สามารถวาดภาพได้ทุกเฉดสี แต่ประเด็น คือ เราจะใช้เครื่องมือที่มีอยู่ทั้งหมดนี้อย่างไร เพื่อให้ได้รสชาติออกมาตามที่ต้องการ ดูเหมือนจะง่าย แต่พอทำจริงแล้วไม่ได้ง่าย เพราะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ต้นทาง ในด้านการเพาะปลูก ขั้นตอนกระบวนการผลิต โรงคั่ว ไปจนถึงปลายทาง คือ ร้านกาแฟ ทุกวันนี้คนทำกาแฟตกอยู่ในที่นั่งตรงนี้ คือ มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม แต่จะปรุงอย่างไรให้ออกมาได้รสชาติที่ดี

 

Signature Blend Coffee สำคัญอย่างไร

ท่ามกลางร้านกาแฟที่มีอยู่นับร้อยนับพัน การที่ร้านเรามี signature blend coffee ของตัวเอง มีความชัดเจนในรสชาติ ทำให้ไม่ต้องไปแข่งขันแย่งกับใคร คนที่ชอบรสชาติแบบเรา เขาก็จะมาเป็นลูกค้าเรา ดังนั้นการมี signature blend หรือ signature drink ของตัวเอง คือ การบ่งบอกทุกคนที่เป็นลูกค้าให้รับรู้ว่าเรามีความแตกต่าง มันไม่ใช่แค่การติดป้ายบอกว่า กาแฟเรามาจากที่นั่นที่นี่ ใช้เครื่องชงตัวนี้ แต่มันคือทุกอย่างที่รวมกันออกมาแล้วสมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่มีผิดไม่มีถูก ไม่มีดีกว่าหรือดีที่สุด การตอบสนองรสชาติที่ลูกค้าอยากได้ นั่นถือว่าชนะเลิศแล้ว

 

 

อยากได้กาแฟแบบไหน ให้หาพาสเนอร์แบบนั้น

หากอยากมีกาแฟรสชาติของตัวเอง มนัสชัย แนะนำว่าในการเริ่มต้นต้องรู้ก่อนว่าอยากได้รสชาติกาแฟแบบใด จากนั้นจึงค่อยไปหาโรงคั่วที่เหมาะสมกับรูปแบบกาแฟที่ต้องการ พูดง่ายๆ คือ ถ้าชอบทำงานกับคนแบบไหน ก็เลือกโรงคั่วแบบนั้น หาพาสเนอร์ที่สามารถคุยกันได้เข้าใจ ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งแต่ละแห่งก็มีจุดแข็งไม่เหมือนกัน บางแห่งอาจเน้นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง ทุกอย่างเป็นระบบชัดเจน ไม่มีความคลาดเคลื่อน สั่งงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ บางแห่งก็ทำเป็นเหมือนห้องแลปวิจัย อย่าง Coffeebark เราเป็นโรงคั่วเล็กๆ เน้นชูโรงด้วยวัตถุดิบที่หลากหลาย ร้านกาแฟที่มาเป็นลูกค้าเราส่วนใหญ่จะเป็นร้าน stand alone เจ้าของทำเอง ไม่ใช่เชนใหญ่ การทำงานของเรากับเจ้าของร้านทุกร้านจะต้องมาช่วยกันเบลนด์กาแฟที่นี่ เพื่อมาช่วยกันปรุง ทดลอง หารสชาติกาแฟในแบบที่ต้องการให้ออกมาดีที่สุด เหมือนมาช่วยกันแต่งเพลง วาดภาพ จนกว่าจะพอใจแล้วเราก็จะบันทึกไว้ว่าจะใช้โน้ตแบบนี้นะ คีย์แบบนี้ เฉดสีนี้นะ โดยร้านกาแฟเล็กๆ ส่วนใหญ่การสั่งแต่ละครั้งไม่ได้มีปริมาณมาก 

 

ข้อดีของโรงคั่วเล็กๆ คือ ทำให้เรามีเวลามากพอที่ช่วยซัพพอร์ตลูกค้ารายย่อยที่ต้องการมี signature blend ของตัวเองได้ ซึ่งเขาไม่สามารถหาได้จากโรงคั่วที่มีขนาดใหญ่ แต่ข้อเสียของโรงคั่วที่มีขนาดเล็กเกินไปก็มีเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ไม่สามารถมีวัตถุดิบให้ใช้ได้ตลอด ฉะนั้นก่อนจะสร้างรสชาติกาแฟของตัวเองขึ้นมา เจ้าของร้านจะต้องมองระยาวถึงความเป็นไปได้ในอนาคตด้วยว่า เราจะมีกาแฟในรสชาติแบบนี้ใช้ไปได้ตลอด ไม่ใช่อุตส่าห์คิดสูตรกันได้แล้ว แต่พอเอาไปใช้จริงในร้าน ของกลับหมด ไม่มีให้ใช้ตลอด ทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน ต้องคิดกันขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ

 

บาลานซ์ต้นทุน – รสชาติที่ต้องการ

ปัจจัยอีกข้อที่สำคัญ สำหรับการทำ signature blend coffee ของตัวเองขึ้นมา คือ ต้องคำนึงถึงตลาดด้วยว่าปลายทางหรือลูกค้าของเราสามารถพร้อมที่จะยอมรับได้ในราคาแก้วละเท่าไหร่ สมมติตั้งราคาขายไว้ที่แก้วละไม่เกิน 100 บาท เราก็ต้องกลับมาคำนวณว่าจะใช้กาแฟต้นทุนต่อกิโลกรัมอยู่ที่เท่าไหร่ ควรมีงบประมาณอยู่ในใจด้วย เสร็จแล้วจึงค่อยสร้างสรรค์รสชาติในแบบที่ต้องการออกมา ในงบประมาณที่ต้องการ เพราะหากเราไม่คิดถึงตรงนี้ ตั้งใจทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว ต้นทุนจะทะลุไปไกลมาก ทำให้ไม่สามารถเสิร์ฟในราคาที่ต้องการได้ ลูกค้าก็เข้าถึงได้ยาก ฉะนั้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ใช้กำหนดรสชาติของกาแฟที่เราต้องการสร้างออกมา 

 

อย่างไรก็ดี เจ้าของโรงคั่ว Coffeebark Homeroaster ได้ฝากถึงคนที่อยากสร้างรสชาติกาแฟในรูปแบบของตัวเองออกมา ว่าการมีรสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมมองความต้องการของตลาดโดยรวมด้วย อย่าลืมว่าเรากำลังทำธุรกิจอยู่ เราควรทำทั้งกาแฟในแบบที่ตลาดต้องการ และเมื่อมีความเข้าใจในกาแฟมากขึ้น จึงค่อยพัฒนารูปแบบกาแฟในแบบที่ตัวเองต้องการควบคู่กันไปด้วย อย่าทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

 

Signature Blend Coffee ทางเลือกเพิ่มมูลค่าให้ร้านกาแฟ

บทความแนะนำสำหรับคุณ

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจหรือไม่?
ลงในแรงบันดาลใจ SME

แรงบันดาลใจสำหรับ SME

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ