SKYBOX แฟลตฟอร์มแห่งความเร็ว จาก BTS สู่ร้านสะดวกซื้อ

SKYBOX แฟลตฟอร์มแห่งความเร็ว จาก BTS สู่ร้านสะดวกซื้อ

อีคอมเมิร์ซ

SCB SME

SCB SME

7 ก.พ. 2018, 11:43 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: เปิดแผน SKYBOX รุกขยายโอกาสเพิ่มจุดเชื่อมต่อลูกค้า สู่ร้านสะดวกซื้อ รับตลาดอีคอมเมิร์ซโต 

 

เพราะมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จึงนำมาสู่การคิดพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ที่หันมาซื้อขายออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ 3 ปีที่แล้วบริการ SKYBOX จึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนเมือง ด้วยจุดแข็งที่ไม่เหมือนใครและยังไม่มีใครเหมือน นั่นคือ การเป็นบริการรับส่งพัสดุบนรถไฟฟ้า BTS และวันนี้ยังคงเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย

 

 

อภิพัฒน์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง SKYBOX ย้อนเล่าให้ฟังว่า SKYBOX เริ่มต้นจากบริการรับส่งพัสดุระหว่างสถานีเป็นบริการแรก จากนั้นก็มีบริการที่เรียกว่า Click and Collect ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของอีคอมเมิร์ซ โดยร่วมกับพาสเนอร์ที่เป็นแบรนด์ต่างๆ กล่าวคือ เวลาที่ลูกค้าซื้อของออนไลน์เสร็จ ตรงหน้าสุดท้ายจะมีจุดให้เลือกรับสินค้า แทนที่ลูกค้าจะกรอกที่อยู่บ้านหรือออฟฟิศ ก็สามารถเลือกรับสินค้าบน BTS ได้ ขณะเดียวกัน ก็มีบริการ Return สินค้าได้ทันที ในกรณีที่ได้ของไม่ตรงตามที่สั่งไว้ หรือถ้าเป็นผู้ประกอบการ SME สามารถใช้บริการส่งพัสดุให้ลูกค้าโดยผ่าน SKYBOX ได้เช่นกัน หรือกรณีต้องการให้จัดส่งถึงบ้านก็สามารถทำได้ เนื่องจาก SKYBOX จะทำหน้าที่เป็นเหมือนคนกลางให้ทุกคนมาเชื่อมระบบกับเรานั่นเอง

 

“SKYBOX เราเป็นธุรกิจบริการ เราไม่ใช่ธุรกิจโลจิสติกส์ เราวางตัวเองเป็นกลาง เป็นพาสเนอร์กับทุกเจ้า โดยที่เราจะทำการเชื่อมระบบกับ Third Party ที่เป็นธุรกิจโลจิสติกส์ต่างๆ เรียกง่ายๆ ว่าเราเป็นฮับเซอร์วิส เป็น Lifestyle Integration Platform คือ ไม่ว่าจะส่ง จะรับ จะรีเทิร์น ทุกอย่างมาจบที่ SKYBOX ได้หมด และการที่เราเลือกทำเลบนรถไฟฟ้า BTS เพราะมองว่านี่คือใจกลางกรุงเทพฯ จริงๆ ด้วยจำนวนคนโดยสารรถไฟฟ้าวันละ 1-2 ล้านคน เป็นทราฟฟิกที่หนาแน่นมาก ดังนั้นสำหรับลูกค้าที่มีข้อจำกัดในการรับสินค้า เช่น ไม่มีคนคอยรับที่บ้าน หรือกรณีลูกค้าอยู่คอนโดต้องออกไปทำงานแต่เช้า นิติบุคคลยังไม่เปิดหรือกลับมานิติบุคคลก็ปิดแล้ว ทำให้ไม่สะดวกที่จะรับของได้ หรือแม้แต่ออฟฟิศก็ดี อาจมีของบางอย่างที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ SKYBOX จึงเข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า”

 

 

ปัจจุบัน SKYBOX อยู่มี 7 สาขาด้วยกัน ได้แก่ BTS หมอชิต, BTS อารีย์, BTS อนุสาวรีย์ชัย, BTS สนามกีฬาแห่งชาติ (มาบุญครอง), BTS อโศก, BTS ทองหล่อ, BTS ช่องนนทรี ซึ่งทั้ง 7 สถานีนี้ ถือเป็นสาขาปลายทางที่มีคนขึ้น-ลงเป็นหลักแสนต่อวันต่อจุดบริการ

 

“การเติบโตของธุรกิจ SKYBOX เราไม่ได้ยึดติดว่าต้องอยู่บน BTS เท่านั้น อย่างที่บอกเราคือ Platform สามารถไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะร้านสะดวกซื้อ พื้นที่เช่าต่างๆ หรือแม้แต่ในต่างประเทศ เพราะจริงๆ แล้วคำว่า SKYBOX สำหรับเราเปรียบเสมือนความเร็ว เป็นความเร็วในการกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภค”

 

จากจุดนี้เอง ทำให้ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา SKYBOX ได้ทำการพัฒนาเชื่อมต่อระบบเข้ากับเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศ จำนวน 10,415 สาขา และเมื่อรวมกับสาขาของ SKYBOX ที่มีอยู่ 7 สาขา เท่ากับว่าปัจจุบันลูกค้ามีจุดรับสินค้าทั้งสิ้น 10,422 สาขา และนั่นก็เป็นโอกาสที่จะทำให้ SKYBOX มีจุดเข้าถึงลูกค้าที่มากขึ้นด้วย 

 

 

“ตอนนี้เราไม่ได้มองแค่คนกรุงเทพฯ แล้ว คนไทยทั้งประเทศมีพลังในการซื้อของออนไลน์มากขึ้น เราอยากที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า เราจึงต้องหาพาสเนอร์ที่มีสาขาเยอะๆ และสามารถที่จะพัฒนาระบบร่วมกันได้  อย่างเซเว่นฯ ตอนนี้จะเป็นจุดในการรับสินค้าได้อย่างเดียว ซึ่งจะต่างกับบน BTS ที่สามารถทำได้ทุกอย่าง โดยเราจะส่งลิ้งก์ให้กับลูกค้า คล้ายๆ Google Maps ให้ลูกค้าทำการเลือกทำเล เช่น ห้วยขวาง ระบบจะขึ้นมาเลยว่าในทำเลห้วยขวางนั้นมีเซเว่นฯ กี่สาขา แล้วลูกค้าก็เลือกจุดเซเว่นฯ ที่ต้องการจะไปรับสินค้า”

 

อย่างไรก็ดี ในอนาคตอภิพัฒน์เชื่อว่า ยอดการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทยจะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล เพราะปัจจุบันมีช่องทางที่เอื้อให้การทำอีคอมเมิร์ซนั้นง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ทุกคนสามารถทำธุรกรรมทุกอย่างบนมือถือได้ทันที แน่นอนว่าผู้ให้บริการต่างๆ ก็เห็นโอกาสดังกล่าว ทำให้วันนี้มีบริการที่เป็นตัวช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก 

 

 

“การที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการใครอยู่ที่เขาตัดสินใจ แต่ถ้าเขาเลือกเราแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องบริการให้ดีที่สุด บริการด้วยความจริงใจ เพื่อทำให้ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำ อย่าลืมว่ายุคนี้มีรีวิว ทุกคนเสิร์ชอินเทอร์เน็ตได้หมด พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เวลาเขาจะเลือกใช้เจ้าใดเจ้าหนึ่ง เขาต้องศึกษาข้อมูลมาก่อนแน่นอน มีการเปรียบเทียบกันว่า ราคาเป็นยังไง บริการเป็นยังไง เซอร์วิสหลังการขายเป็นยังไง สิ่งที่เราทำได้ คือทำของเราให้ดีที่สุด เซอร์วิสที่เราทำนั้นสามารถตอบโจทย์คนที่จะจ่ายเงินให้เราไหม เราใช้เวลาในการศึกษาว่าลูกค้ามีความต้องการอะไร บริการมีช่องโหว่อะไรไหม พยายามอุดช่องโหว่นั้นๆ และเพิ่มบริการใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อทำให้เขามาใช้บริการเราให้มากที่สุด อย่างคนซื้อของออนไลน์ตอนนี้ เขาซื้อปุ๊บอยากได้ปั๊บ ผมเองก็อยากจะเอาใจผู้บริโภคสุดๆ ตรงจุดนี้ ก็พยายามที่จะพัฒนาในแง่ของ Speed ให้เพิ่มขึ้น สะดวกขึ้น เร็วขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขมากขึ้นกับการช้อปปิ้งออนไลน์” อภิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

SKYBOX แฟลตฟอร์มแห่งความเร็ว จาก BTS สู่ร้านสะดวกซื้อ

บทความแนะนำสำหรับท่าน

Create your online store with Linker.store in a few easy steps

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Create your online store with Linker.store in a few easy steps

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

BusinessLinX GlobalLinker - ใครๆ ก็ลิงก์ แล้วคุณล่ะ?

เข้าสู่เวอร์ชันสำหรับมือถือ