Social Enterprise เทรนด์ธุรกิจใหม่ ที่ดีต่อใจและสังคม

Social Enterprise เทรนด์ธุรกิจใหม่ ที่ดีต่อใจและสังคม

สร้างแรงบันดาลใจ

SCB SME

SCB SME

30 พ.ย. 2017, 10:46 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Highlight: เมื่อการทำความดี ควบคู่กับการทำธุรกิจ จึงกลายเป็นโมเดล SE เทรนด์ธุรกิจใหม่ที่กำลังมาแรง

 

ขณะที่หลายธุรกิจกำลังมองหากลยุทธ์การแข่งขันรูปแบบใหม่ แต่กลุ่ม Social Enterprise กลับมองว่าทำอย่างไร สังคมถึงได้กำไรสูงสุด ในขณะที่หลายธุรกิจมองว่าคู่แข่งคือศัตรู แต่ Social Enterprise กลับจับคู่แข่งมาเป็นพันธมิตรใน Community เดียวกัน และนี่คือคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าเองว่า นักกิจการเพื่อสังคม หนึ่งในสาว SE ที่ได้ทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมคือ “เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ” Co-founder ของ Dress The Dream ที่มีจุดมุ่งหมายต้องการแก้ปัญหาผู้หญิงในสังคมที่ถูกทำร้ายและฟื้นคืนความมั่นใจให้แก่พวกเธอ 

 

“Dress The Dream เราก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาผู้หญิงที่ถูกทำร้ายในสังคม โดยมีผลวิจัยออกมาว่าผู้หญิงที่มี Self Esteem ต่ำ หรือความมั่นใจในตัวเองต่ำจะถูกทำร้ายได้มากกว่าผู้หญิงทั่วไป และเมื่อเขาถูกทำร้ายแล้วจะกลับมายืนในสังคมได้ยากกว่าผู้หญิงทั่วไปเช่นกัน สิ่งที่เราทำคือ การใช้แฟชั่นเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาในการสร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงมากขึ้น เราเลยมีการรับบริจาคเสื้อผ้า ชุดราตรีเพราะเราเองเป็นสถานทูต สิ่งที่เราเห็นและมี Resource ในมือ คือเวลาเราไปออกงานสถานทูตแต่ละครั้ง จะใส่ชุดไม่ซ้ำกันเลย พอเสื้อผ้ามันเหลือเราเลยเห็นว่าสิ่งนี้แหละที่จะสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ตอนนี้เราก็มีเสื้อผ้าอยู่ในมือพันกว่าตัวแล้วที่พร้อมขาย แต่เรายังมีเซอร์วิสเพิ่มเติมคือ การให้ผู้หญิงที่จะซื้อเสื้อผ้าเข้ามาทำเทสต์ เป็นการหา Personal Guidebook ให้แต่ละคนว่าพวกเขาเหมาะกับเสื้อผ้าแบบไหนมากที่สุด เราก็จะมีดีไซเนอร์ที่จะเลือกชุดให้เหมาะกับพวกเขา”

 

นี่คือส่วนของการขายของ Dress The Dream ที่จะนำเงินในส่วนนี้ไปช่วยเหลือผู้หญิงที่มีปัญหา เช่น การจัดเวิร์คช็อป ซึ่งจะมีนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยในการทำให้ผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่องของการมองเห็นคุณค่าในตัวเองรวมทั้งผู้หญิงที่เริ่มมีปัญหาโรคซึมเศร้าได้เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกทำร้ายในระดับรุนแรงตามสมาคมและบ้านพักฉุกเฉินต่างๆ อีกด้วย

 

 

ทั้งนี้ ภายใต้มุมมองของเมธาวี ซึ่งกล่าวถึง Social Enterprise ว่าเป็นโมเดลที่มีการ Hybrid ระหว่าง Business ที่มุ่งเน้นในการทำกำไรกับ Foundation ที่มุ่งทำเพื่อสังคมแต่ไม่สามารถหาเงินด้วยตนเองได้ ดังนั้น Social Enterprise จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เงินและสังคมไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน 

 

“อย่างตอนนี้ที่เรามองเห็นคือมีองค์กรใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่ม SE มากขึ้น เช่น ตลาดหลักทรัพย์ที่มีโปรแกรมในการช่วยเหลือ SE ด้วย ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างได้มากขึ้น เพราะเขาก็มีธุรกิจที่อยู่ในมือเยอะ เราเริ่มเห็นว่าตอนนี้ SE มันคือเทรนด์ แต่การทำกิจการเพื่อสังคมแบบเรา มันก็มีจุดอ่อน เพราะด้วยเงินทุนไม่หนาแถมยังมีต้นทุนเยอะกว่าเพื่อนำไปช่วยเหลือสังคม SE จึงต้องมีพาร์ทเนอร์ที่ดีในช่วงแรก นั่นคือการช่วยเหลือของธุรกิจต่างๆ ซึ่งมันดีกว่าที่ธุรกิจเหล่านี้เอาไปทำ CSR เป็นครั้งคราว ก็จะเกิดผลกระทบต่อสังคมแค่ครั้งคราว แต่ถ้าเขาหา SE ที่แมทช์กับนโยบายเขาแล้วเข้าไปสนับสนุนก็จะเป็นการทำ CSR ที่ยืนยาวกว่า ทำให้ Win-win ทั้ง 2 ฝ่าย เราจึงมองว่าการทำกิจการเพื่อสังคม มันคือจุดตรงกลางระหว่าง Business ที่มุ่งหวังทำกำไรกับ Foundation ที่ทำเพื่อสังคมแต่ยืนด้วยตัวเองไม่ได้ SE คือการทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมโดยใช้ Business เป็นเครื่องมือในการหาเงินเพื่อให้เรายืนได้ด้วยตัวเองและทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมไปได้เรื่อยๆ” 

 

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ Social Enterprise สามารถยืนได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากการพึ่งพิงจากองค์กรต่างๆ ในการซัพพอร์ทด้านเงินทุน ก็คือการรวมกลุ่มกันระหว่าง SE และการตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ต่างจากธุรกิจทั่วไป 

 

“เราคิดว่าถ้าหาก SE จะอยู่ได้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือหนึ่งการมองหาเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือกลุ่ม SE ด้วยกันเอง เช่น กลุ่มทำเรื่องการเกษตรเหมือนกันหรือคนทำเรื่องผ้าฝ้ายเหมือนกัน เราว่าหัวใจสำคัญของการทำ SE คือการรวมกลุ่มให้กลายเป็น Community จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้การทำ SE ได้ ส่วนที่สองคือพาร์ทของการขาย ต้องใช้ Business เป็นเครื่องมือ สิ่งที่เราทำต้องตอบโจทย์ลูกค้า ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ เช่น ตอนแรก Dress The Dream ก็จะทำโมเดลขายเสื้อผ้ามือสอง แต่ถ้าทำแบบนั้นเราจะไม่สามารถสู้เจ้าใหญ่ๆ ได้เลย เพราะเราไม่มีเงินทุนในการโปรโมทขนาดนั้น เราเลยต้องฉีกโมเดลธุรกิจ เพิ่มบริการ Personal Sylist ที่ให้คนมาทำเทสต์ เพราะเราต้องการจะจับกลุ่มลูกค้าที่มองหาเสื้อผ้าสำหรับเขาจริงๆ เช่น เด็กจบใหม่ที่กำลังหางาน เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เปลี่ยนผ่านวัย ต้องการลุคที่ Professional ในการไปสัมภาษณ์งาน เขาก็สามารถมาทำเทสต์กับเราแค่ 100 บาทเพื่อโอกาสในการได้งานที่มากขึ้น มันคุ้มค่า เพราะฉะนั้นหาก SE ที่จะอยู่ยาวๆ ต้องหากลุ่มลูกค้าของตัวเองให้เจอ ในแง่ของการขายไม่ต่างจากการทำธุรกิจทั่วไป”

 

ถึงตรงนี้เมธาวีได้ปิดท้ายด้วยว่า ปัจจุบัน SE กำลังเป็นเทรนด์โลกที่หลายองค์กรใหญ่กำลังตื่นตัว ไม่เว้นแม้แต่ IKEA ที่มีพาร์ทของการทำ SE โดยเฉพาะ นั่นคือการทำบ้านเพื่อผู้ลี้ภัยที่มีวัสดุราคาไม่แพง น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่ายและอีกหลายองค์กรทั่วโลกที่กำลังคำนึงถึงเรื่องของสังคมมากขึ้นด้วยเช่นกัน 

 

Social Enterprise เทรนด์ธุรกิจใหม่ ที่ดีต่อใจและสังคม

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ

Join a growing community of 350,000+ SMEs. Create your account now.

เป็นสมาชิกแล้ว

เข้าสู่ระบบ