Performance Based Marketing ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กโตได้อย่างไร?

Performance Based Marketing ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กโตได้อย่างไร?

GlobalLinker Staff

17 ม.ค. 2020, 10:00 — ใช้เวลาอ่าน 5 นาที

Performance Based Marketing ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กโตได้อย่างไร?

การตลาดและธุรกิจนับเป็นของคู่กัน เพราะหากขาดการวางแผนการตลาดที่ดีไปนั้น การที่คุณจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็เป็นไปได้ยาก แน่นอนว่าสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การวางแผนการตลาดที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดย่อมเป็นมิตรต่อจำนวนงบการตลาดที่มีอยู่อย่างจำกัดมากกว่า และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณควรพิจารณา Performance Based Marketing ในการขยายธุรกิจของคุณ 

และนี่คือ 5 วิธีการที่คุณจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของแผนการตลาดของคุณได้ด้วย Performance Based Marketing:

  1. ระบุกลุ่มเป้าหมายของคุณให้ชัดเจน 

ยิ่งคุณสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ชัดมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งสร้างสื่อโฆษณาที่โดนใจพวกเขาได้มากเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นการง่ายที่คุณผลักดันผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าของคุณได้อย่างถูกที่ถูกเวลา หากคุณสามารถระบุตัวตนของกลุ่มลูกค้าของคุณได้อย่างชัดเจนและเข้าใจความต้องการของพวกเขาได้อย่างลึกซึ้ง การที่คุณจะโน้มน้าวให้พวกเขากดซื้อสิ้นค้าของคุณก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นอกจากนี้ หากกลุ่มเป้าหมายของคุณชัด ข้อความและสื่อโฆษณาต่าง ๆ ของคุณก็จะสามารถสื่อสารไปในทิศทางเดียวกันได้โดยง่าย ทำให้แคมเปญโฆษณาของคุณมีความเฉียบคมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

  1. ให้ความสำคัญกับ Micro Moment หรือเสี้ยวเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

เพิ่มเติมจากการระบุตัวตนของกลุ่มเป้าหมายของคุณได้อย่างชัดเจนก็คือการทำความเข้าใจพฤติกรรมของพวกเขาในระดับ Micro หรือที่ Google เรียกว่า Micro Moment 

นิยามของ Micro Moment ก็คือเสี้ยววินาทีเล็ก ๆ ในกิจกรรมต่าง ๆ ที่กลุ่มลูกค้าของคุณทำในชีวิตประจำวัน ซึ่งในเสี้ยววินาทีเหล่านั้น อาจเป็นเสี้ยววินาทีที่กลุ่มเป้าหมายของคุณทำการตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ ด้วยเทคโนโลยีความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบติดจรวด ทำให้ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเคยชินกับการได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็วทันด่วน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณได้ในเวลาแค่เสี้ยววินาทีที่พวกเขากำลังดำเนินกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน และตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณภายในเสี้ยววินาทีต่อมา 

โดยหากคุณสามารถระบุ Micro Moment ต่าง ๆ เหล่านี้ และหาวิธีแทรกแซงเข้าไปอยู่ภายใต้ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริโภคได้ในช่วงเวลาเหล่านั้น คุณจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการโฆษณาสินค้าและบริการของคุณได้เป็นเท่าตัว ซึ่ง Google ได้แบ่ง Micro Moment ออกมาเป็น 3 ประเภทได้แก่ ช่วงเวลาที่อยากไปที่ไหนซักที่ ช่วงเวลาที่อยากซื้ออะไรซักอย่าง และช่วงเวลาที่อยากทำอะไรซักอย่าง ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้บริโภคในปัจจุบันจะมีสมาธิเพื่อจดจ่ออยู่กับช่วงเวลาเหล่านี้อยู่เพียงแค่ 8 วินาทีเท่านั้น ดังนั้นคุณจึงมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการเสนอสิ่งที่พวกเขาต้องการผ่านโฆษณาของคุณ 

  1. ใช้ประโยชน์จาก AI ในการตอบสนองข้อความของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที 

ด้วยความเคยชินกับการได้รับการตอบสนองความต้องการแบบเร่งด่วนหรือ Instant Gratification เชื่อได้เลยว่าการที่คุณตอบข้อความของลูกค้าช้าไปเพียงไม่กี่นาทีอาจทำให้คุณสูญเสียโอกาสในการขายไป อย่างไม่อาจเรียกคืนมาได้ ดังนั้นคุณควรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Chatbot ที่มีให้เลือกใช้อยู่มากมายบนท้องตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขายของคุณ 

คุณอาจทำการเตรียมรายการคำถามที่พบบ่อย และทำการตั้งค่าคำตอบอัตโนมัติผ่าน Chatbot เพื่อตอบสนองลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น และยิ่งคุณมีลูกเล่นมากเท่าไหร่กับการตั้งค่าบอทของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการแทรกมุกตลกหรือการใส่บุคลิกเฉพาะตัวของบอทเข้าไปด้วย ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีกับธุรกิจของคุณมากเท่านั้น 

  1. อย่าละเลยการค้นหาด้วยภาพและเสียง 

เชื่อหรือไม่ว่าด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน การที่คุณทำให้ธุรกิจของคุณปรากฏขึ้นอยู่บนการค้นหาด้วยรูปภาพหรือเสียงมีประสิทธิภาพมากกว่าการค้นหาด้วยข้อความมากนัก เพราะนอกจากการที่คุณจะสามารถสร้างตัวตนของธุรกิจของคุณได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นกว่าเพียงแค่โซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์แล้ว ในบางครั้ง ด้วยชีวิตคนเมืองที่มีการเคลื่อนตัวสูง ผู้บริโภคของคุณอาจสะดวกที่จะใช้เสียงสั่งการโทรศัพท์มากกว่าการพิมพ์ 

อย่างไรก็ตาม การแสดงผลของการค้นหาด้วยเสียงมักจะส่งผลลัพธ์ที่น้อยกว่าการพิมพ์ ดังนั้นหากเว็บไซต์ของคุณรองรับการค้นหาด้วยเสียง และสามารถปรากฏอยู่บนผลลัพธ์อันดับต้น ๆ ได้ โอกาสที่เป้าหมายของคุณจะคลิกเข้ามาดูสินค้าของคุณจึงสูงกว่ามาก 

  1. ระบุมาตรวัดที่ชัดเจนเพื่อวัดผลแผนการตลาดของคุณ

ควบคู่กันกับการวางแผนการตลาดที่ดีคือการวัดผล เพราะการวัดผลจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแผนของคุณประสบความสำเร็จไปตามเป้าหมายหรือไม่ โดยมาตรวัดที่คุณสามารถนำมาใช้ได้นั้นมีอยู่หลากหลาย อาทิเช่น จำนวน engagement บนหน้าเพจโซเชียลมีเดียของคุณ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากแผนโฆษณาแต่ละแผน รวมไปถึงการตอบสนองของลูกค้าของคุณ เป็นต้น 

การบริหารงบประมาณในการตลาดนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เพราะเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ที่คุณลงไปควรเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ดังนั้นการวางแผนการตลาดที่ได้ประสิทธิภาพสูงอย่าง Performance Based Marketing จึงเป็นหัวใจหลักของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก 

 

บทความแนะนำ

ข้อเสนอสำหรับคุณ

เป็นสมาชิกแล้ว ลงชื่อเข้าใช้